ทางลัดหนึ่งที่จะทำให้เราเป็น “เจ้าของกิจการ” ได้ก็คือ การลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทที่เราสนใจและจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 700 บริษัท ครอบคลุมอุตสาหกรรมหลักเกือบทุกประเภท โดยเป็นการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นจริง ๆ ต่างกันเพียงแค่ “เราไม่ต้องลงมือบริหารกิจการนั้น ๆ ด้วยตัวเอง” อีกทั้งยัง “มีสิทธิในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการ” มีโอกาสได้รับ “กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain)” เมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่าตอนที่ซื้อมา และยังมีโอกาสได้รับ “ผลตอบแทนเป็นเงินปันผล (Dividend)” เมื่อบริษัทมีกำไรด้วย
นอกจากนี้ ในระยะยาวผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้น สูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น ๆ ค่อนข้างมาก แต่ก็ตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้นเป็นธรรมดา เพราะราคาหุ้นที่อยู่ในตลาดมักผันผวนไปตามสภาวะการลงทุน จึงเป็นเหตุให้นักลงทุนมือใหม่หลายคนประสบปัญหาขาดทุนจากการลงทุนในหุ้น เพราะไม่สามารถวิเคราะห์และจับจังหวะการลงทุนได้
แต่อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไป... เราสามารถประสบความสำเร็จจากการลงทุนในหุ้นได้ด้วย “การลงทุนแบบ DCA” ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการจับจังหวะลงทุน และช่วยบริหารพอร์ตให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินลงทุนตั้งต้นไม่มากนัก
ทยอยสะสมหุ้นที่ใช่ ด้วยกลยุทธ์ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging: DCA)
การลงทุนแบบ DCA คือ การทยอยลงทุนเป็นงวด ๆ ในจํานวนเงินที่เท่า ๆ กัน โดยไม่สนใจราคาของหุ้นที่เลือกลงทุน ซึ่งจะให้เรากําจัดอารมณ์คันไม้คันมือเวลาที่ราคาหุ้นขึ้น ๆ ลง ๆ ออกไปได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างวินัยในการออมด้วย
ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งให้บริการการลงทุนแบบ DCA โดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เพื่อนำไปลงทุนใน “หุ้น” ที่เราเลือกไว้ทุกเดือน อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เราได้หุ้นที่มีราคาต้นทุนเฉลี่ยจากทุกสภาวะตลาด
ข้อดีและข้อควรระวังของการลงทุนหุ้นแบบ DCA
ข้อดี
ข้อควรระวัง
คุณสมบัติของหุ้นดีที่น่าลงทุนแบบ DCA
1. อยู่ในธุรกิจที่ดี มีโอกาสเติบโต และเป็นธุรกิจที่เราอยากเข้าไปเป็นหุ้นส่วนธุรกิจด้วย
ตัวอย่าง การลงทุนแบบสม่ำเสมอในหุ้น 5 ตัว ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ใน SET50 และอยู่คนละหมวดอุตสาหกรรม โดยแบ่งลงทุนตัวละ 2,000 บาท ทุก ๆ เดือน ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค 2555 – 30 ธ.ค 2559 เป็นระยะเวลา 60 งวด (5 ปี) มีผลการลงทุนดังนี้
จะเห็นว่า... การลงทุนด้วยวิธี DCA ในหุ้นแต่ละตัวสร้างผลตอบแทนที่แตกต่างกัน จะมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับฝีมือในการเลือกหุ้นที่ลงทุนว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจนั้นเติบโตได้มากเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะได้แน่ ๆ จากการลงทุนด้วยวิธี DCA คือ การทยอยสะสมหุ้นเหล่านั้นไปเรื่อย ๆ จนได้รับสิทธิจากผลตอบแทนอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการเติบโตของราคา เช่น สิทธิในการได้รับเงินปันผล เพราะเมื่อจำนวนหุ้นที่สะสมมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้เราได้รับเงินปันผลมากขึ้น
ดังจะเห็นจากตัวอย่าง กรณีหุ้น ADVANCE ที่แม้จะมีผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาติดลบ แต่เมื่อรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลเข้าไป ผลตอบแทนจากการลงทุนกลับกลายเป็นบวกในที่สุด
ดังนั้น หากเราเลือกลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลเป็นประจำ การทยอยสะสมหุ้นนั้นไปเรื่อย ๆ จะทำให้ได้รับกระแสเงินสดจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นรายได้ส่วนเพิ่ม (Passive Income) ซึ่งสามารถนำไปสร้างประโยชน์และความสุขให้กับชีวิตได้ ดีไม่ดี ถ้าสะสมถูกตัว ในระยะเวลาที่นานพอ และจำนวนเงินที่มากพอ อาจสร้างเงินก้อนโตที่ทำให้ชีวิตบั้นปลายหลังเกษียณอยู่ได้อย่างสบาย ๆ เพราะพลังของความมีวินัยของเราในตอนนี้ก็ได้ ใครจะรู้...
สำหรับใครที่สนใจอยากรู้เทคนิคลงทุนสม่ำเสมอแบบ DCA ในหุ้นดี กองทุนเด่น เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินในระยะยาว สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร “วางแผนลงทุนสม่ำเสมอด้วยหุ้นและกองทุน” ฟรี!!! >> คลิกที่นี่