สรุป AI FOR INVESTORS Online Series: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI EP.6 AI Automation สร้างระบบวิเคราะห์พอร์ตการลงทุนและรายงานข้อมูลแบบอัตโนมัติ

โดย SET
5 Min Read
2 พฤศจิกายน 2569
23 views
Utilize AI EP.6 1200x660 (1) (1)
In Focus

เพราะสิ่งที่กินเวลานักลงทุนมากที่สุดงานหนึ่งคือ "การอ่าน" ไม่ว่าจะเป็นข่าว งบการเงิน MD&A บทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ หรือเอกสาร Opportunity Day ที่ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อก่อนเราต้องทุ่มเวลาของตัวเองลงไปไล่อ่านทีละหน้า แต่วันนี้เราสามารถให้ AI ช่วยอ่าน ช่วยสแกน และช่วยสรุปให้ได้แล้ว

เนื้อหาของ AI FOR INVESTORS ในตอนนี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวคิด AI Automation ตั้งแต่การออกแบบกระบวนการทำงาน ไปจนถึงการสร้างระบบติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนที่สามารถส่งรายงานให้ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำแนวทางใช้เครื่องมือ AI เพื่อพัฒนาระบบที่ตอบโจทย์รูปแบบการลงทุนของแต่ละคน

ก่อนเข้าเนื้อหาผู้อ่านสามารถอ่านสรุปใน Ep.5 ได้ที่ > https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/821-investhow-ai-for-investor-ep5-2026

เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งของ AI และทักษะ "Co-working Skill"

ที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากอาจคุ้นเคยกับการใช้ AI ในลักษณะ Chat-based AI เช่น การสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ขอให้สรุปงบการเงิน หรือช่วยอธิบายแนวคิดทางการลงทุน ซึ่งเป็นการใช้งานที่ผู้ใช้ต้องเริ่มต้นป้อนคำสั่งทุกครั้งเมื่อต้องการข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ความสามารถของ AI ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตอบคำถาม แต่ยังสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่น จัดการไฟล์ ประมวลผลข้อมูล และดำเนินงานตามลำดับขั้นตอนที่กำหนดไว้ได้ จึงเกิดแนวคิดการทำงานร่วมกับ AI หรือ AI Coworking ที่เปลี่ยนบทบาทของ AI จากเครื่องมือค้นหาคำตอบให้กลายเป็นผู้ช่วยในการทำงาน คนที่ใช้ AI ได้ดี ต้องมี 2 ทักษะ ได้แก่

  1. Communication Skill: การคุยและสั่งงาน AI ด้วยภาษาธรรมชาติอย่างมีทิศทางชัดเจน   
  2. Tools & Command Awareness: การเข้าใจโครงสร้างและฟังก์ชันของเครื่องมือ AI แต่ละประเภท เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะงาน  

สำหรับนักลงทุน การมี AI เป็นผู้ช่วยไม่ได้หมายความว่าจะต้องลดการคิดวิเคราะห์ของตนเองลง แต่หมายถึงการลดเวลาที่ใช้กับงานซ้ำ ๆ เพื่อให้สามารถนำเวลาไปใช้กับการตีความข้อมูล ประเมินความเสี่ยง และพิจารณาการลงทุนในมิติที่ลึกขึ้น

AI Automation คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อการลงทุน?

AI Automation คือการนำความสามารถของ AI มาผสานกับกระบวนการทำงานอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบสามารถดำเนินงานตามคำสั่งและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้งานเริ่มต้นสั่งงานใหม่ทุกครั้ง

ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนต้องติดตามข่าวหุ้นทุกเช้า กระบวนการแบบเดิมอาจเริ่มจากการเปิดเว็บไซต์ข่าว ค้นหาข้อมูลบริษัทที่สนใจ อ่านบทความหลายแหล่ง คัดเลือกประเด็นสำคัญ และนำข้อมูลมาจัดทำเป็นสรุปสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจ

แต่เมื่อเปลี่ยนกระบวนการดังกล่าวเป็น AI Automation นักลงทุนสามารถออกแบบให้ AI เข้าถึงแหล่งข่าวที่กำหนด ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง คัดกรองข่าวตามรายชื่อหุ้น สรุปประเด็นสำคัญ และส่งรายงานในเวลาที่ต้องการได้โดยอัตโนมัติ

ความสามารถนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานลงทุนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวรายวัน การรวบรวมข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ การสรุป Opportunity Day การเปรียบเทียบข้อมูลหลายไตรมาส หรือการติดตามปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อหุ้นในพอร์ต

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่เป็นการสร้างกระบวนการที่มีรูปแบบชัดเจน สามารถทำซ้ำ ตรวจสอบ และต่อยอดเป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ตอบโจทย์การลงทุนของตนเองได้

5 องค์ประกอบสำคัญของการสร้าง AI Automation

ก่อนเริ่มสร้างระบบอัตโนมัติ จำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของการทำงาน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

1. แหล่งข้อมูล (Source) ต้องรู้ก่อนว่าจะเอาข้อมูลที่ดีและน่าเชื่อถือมาจากไหน ขั้นตอนนี้อาศัยความเชี่ยวชาญของนักลงทุนโดยตรง เราควรเลือกใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Source) เป็นหลัก แทนที่จะไปหยิบข่าวลือหรือแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผลลัพธ์จะน่าเชื่อถือหรือไม่ ตัดสินกันตั้งแต่ขั้นตอนนี้เลย

2. ตัวกระตุ้น (Trigger) กำหนดว่าจะให้ AI เริ่มทำงานเมื่อไร เช่น ทุกเช้าเวลาเดิม หรือเมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น พอมีทริกเกอร์เข้ามา ระบบก็รันเองอัตโนมัติ


3. คำสั่ง (Instruction) บอกว่า AI ควรทำงานอย่างไร ทำแบบไหน ไม่ทำแบบไหน มีขั้นตอนอะไรบ้าง ขั้นตอนนี้เป็นตัวออกแบบกระบวนการคิดของ AI และตัดสินคุณภาพของผลลัพธ์ จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุด


4. รูปแบบผลลัพธ์ (Output Format) กำหนดให้ชัดว่าอยากได้ผลลัพธ์เป็น Excel สไลด์ Word PDF หรือรูปแบบอื่น และต้องออกมาเป็นแพทเทิร์นเดิมทุกครั้ง หากรูปแบบเปลี่ยนไปทุกรอบ จะนำไปเปรียบเทียบหรือต่อยอดได้ยาก เช่น ถ้าสรุป Opportunity Day ไตรมาสนี้กับไตรมาสก่อนออกมาคนละหน้าตา การย้อนเทียบหลายไตรมาสจะยิ่งเปลืองเวลาและ Token


5. ช่องทางส่งมอบ (Delivery) เลือกว่าจะให้ AI ส่งผลลัพธ์มาหาเราทางไหน เช่น Telegram, LINE หรืออีเมล

ทั้ง 5 องค์ประกอบนี้สามารถสรุปเป็นกระบวนการได้ว่า เลือกข้อมูล → กำหนดเวลา → สั่งงาน → จัดรูปแบบ → ส่งผลลัพธ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการออกแบบระบบ AI Automation สำหรับงานลงทุน

Human in the Loop: ระบบอัตโนมัติที่ดีต้องมีมนุษย์ตรวจสอบ

แม้ AI จะสามารถช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ทุกอย่างจะถูกต้องเสมอไป เพราะ AI อาจตีความข้อมูลผิด ใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน หรือสร้างข้อสรุปที่ดูสมเหตุสมผลทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ อีกทั้ง AI บางครั้งอาจแสดงความเห็นคล้อยตามสมมติฐานของผู้ใช้งานมากเกินไป จนเกิดความเสี่ยงจาก Confirmation Bias หรืออคติในการเลือกเชื่อข้อมูลที่สนับสนุนความคิดเดิม

แนวคิด Human in the Loop จึงมีบทบาทสำคัญในการออกแบบระบบ AI Automation โดยหมายถึงการให้มนุษย์ยังคงมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ประเมิน และตัดสินใจในขั้นตอนที่มีความสำคัญ

สำหรับการลงทุน นักลงทุนควรตรวจสอบแหล่งที่มา ความถูกต้อง และบริบทของข้อมูลที่ AI สรุป โดยเฉพาะข้อมูลที่มีผลต่อการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์หรือการตัดสินใจซื้อขาย นอกจากนี้ AI สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการจัดเตรียมข้อมูลและเสนอประเด็นที่ควรพิจารณา แต่การตัดสินใจลงทุนยังควรอยู่ภายใต้ความรู้ ประสบการณ์ และวิจารณญาณของนักลงทุนเอง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การใช้ AI Automation ไม่ได้ทำให้นักลงทุนหมดความจำเป็นต้องอ่านหรือคิดวิเคราะห์ แต่ช่วยเปลี่ยนเวลาจากการทำงานเชิงกระบวนการ ไปสู่การตรวจสอบและคิดวิเคราะห์ในประเด็นที่สร้างคุณค่ามากกว่าเดิม

ใช้ AI ให้ถูกงาน และรู้จักเครื่องมือก่อนลงมือ

AI Automation ไม่ได้ทำให้เราคิดน้อยลง แต่ทำให้เราคิดมากขึ้นในเรื่องที่มีคุณค่ามากขึ้น งานจำเจอย่างการเปิดงบย้อนหลังแล้วไล่หาตัวเลขทีละหน้าให้ AI ทำแทนได้ ส่วนเวลาที่ได้คืนมาก็นำไปใช้คิดวิเคราะห์

อีกหลักที่สำคัญคือ "Put the right AI in the right job" เปรียบง่าย ๆ ว่าถ้าอยากได้คนมาช่วยรินชาให้แขก เราคงไม่จ้างนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลมาทำ ในทางกลับกัน คนรินชาก็คงคำนวณวงโคจรดาวเทียมไม่ได้ การเลือกโมเดล AI ก็เช่นกัน งานดึงข้อมูลธรรมดาไม่จำเป็นต้องใช้โมเดลที่เก่งที่สุด

เรื่องต้นทุนก็ต้องคิดด้วย การใช้ AI แบบแชท (Chat-based) ที่ถามตอบกันไปเรื่อย ๆ นั้นรวมอยู่ในค่าสมาชิกรายเดือนแล้ว แต่เมื่อสั่งงานแบบ Code-based เพื่อสร้างระบบ ทุกครั้งที่สั่งจะเสียทั้ง Token และเวลา จึงควรคิดให้ดีก่อนว่าจะสั่งอะไร

อีกหนึ่งส่วนสำคัญของบทเรียนคือการทำความรู้จักเครื่องมือ AI ที่สามารถช่วยสร้างระบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะเครื่องมือประเภท Desktop AI Agent ที่สามารถทำงานร่วมกับไฟล์และโฟลเดอร์บนคอมพิวเตอร์ได้

ทำความรู้จัก Claude Desktop

Claude Desktop เป็นเครื่องมือหลัก ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ทางการ claude.com/download (แนะนำให้พิมพ์ลิงก์ตรง ๆ แทนการค้นหา เพื่อเลี่ยงลิงก์แปลกปลอม) ความต่างสำคัญจากการใช้ผ่านเบราว์เซอร์คือ แอปเดสก์ท็อปทำงานกับไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของเราโดยตรง จึงดีกว่าในแง่ความเป็นส่วนตัว และรองรับงานแบบ Agent ที่ซับซ้อนได้ดีกว่า ระบบที่สร้างก็รันอยู่ภายใต้ค่าสมาชิก ไม่ต้องจ่ายค่า API เพิ่ม

ฟังก์ชันที่ควรรู้จักบนหน้าจอมีดังนี้

  • โหมดการทำงาน เลือกระหว่างหน้าแชทกับหน้า Code ซึ่งเป็นหน้าที่ใช้สร้างระบบใน EP นี้
  • ทำงานบนเครื่องหรือบนคลาวด์ เลือกได้ และยังสั่งงานจากมือถือได้ผ่าน Remote Control ขอแค่เปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้
  • โฟลเดอร์โปรเจกต์ (Workspace) กำหนดว่า AI จะทำงานในโฟลเดอร์ไหน โดยจะไม่ไปยุ่งกับโฟลเดอร์อื่น
  • การเลือกโมเดล มีตั้งแต่โมเดลตัวท็อปไปจนถึงรุ่นเล็ก สำหรับงานลงทุนแนะนำระดับ Sonnet ขึ้นไป ส่วน Haiku เหมาะกับงานดึงข้อมูลที่ไม่ต้องวิเคราะห์มาก ยิ่งโมเดลเก่งยิ่งเปลือง Token
  • ระดับ Effort กำหนดว่าจะให้ AI คิดลึกแค่ไหน ยิ่งสูงยิ่งละเอียดแต่ช้าและเปลืองขึ้น แนะนำตั้งไว้ที่ High เป็นค่ากลาง แล้วค่อยเพิ่มสำหรับงานซับซ้อน แต่อย่าลืมว่าความสามารถสุดท้ายถูกจำกัดด้วยโมเดลที่เลือกตั้งแต่แรก
  • Permission กำหนดว่า AI ทำอะไรได้บ้างโดยไม่ต้องถาม ตั้งแต่ถามทุกครั้งแบบ Manual ไปจนถึงปล่อยรันอัตโนมัติ ค่าที่กำลังดีคือ Accept Edits ซึ่งให้แก้ไฟล์ได้เลยโดยไม่ต้องถาม
  • Plan Mode ให้ AI ช่วยคิดและยิงคำถามกลับมาเพื่อวางแผนโปรเจกต์ก่อนลงมือ ช่วยให้เรามองเห็นจุดที่นึกไม่ถึง

ฝั่ง Codex ของ OpenAI ก็มีฟังก์ชันคล้ายกัน ทั้งช่องแชท การเลือกโฟลเดอร์ ระดับโมเดล Effort, Permission และ Plan Mode ต่างกันแค่ชื่อเรียก ใครถนัดตัวไหนก็เลือกใช้ได้เลย

วิธีปฏิบัติการสร้าง AI Automation โปรเจกต์แรกแบบ Step-by-Step

เพื่อให้เห็นภาพการนำ AI Automation ไปใช้งานจริง บทเรียน EP.6 ได้ยกตัวอย่างการสร้างระบบสรุปข่าวหุ้นจากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ AI ช่วยออกแบบกระบวนการรวบรวมและจัดทำรายงานข่าวสารที่นักลงทุนต้องติดตามเป็นประจำ

แนวทางนี้เริ่มต้นจากการนำกระบวนการทำงานเดิมของนักลงทุนมาวิเคราะห์ว่า มีขั้นตอนใดที่ทำซ้ำอยู่ทุกวัน และสามารถเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติได้บ้าง

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการให้ AI ทำความเข้าใจความต้องการของนักลงทุน

ก่อนสั่งให้ AI สร้างระบบทันที ควรเริ่มจากการกำหนดขอบเขตและเป้าหมายให้ชัดเจน โดยสามารถใช้วิธีให้ AI สัมภาษณ์ผู้ใช้งานทีละคำถาม เพื่อรวบรวมรายละเอียดที่จำเป็นต่อการออกแบบระบบ 

วิธีนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเขียนคำสั่งที่ซับซ้อนตั้งแต่เริ่มต้น แต่สามารถใช้ AI ช่วยตั้งคำถามและแปลงความต้องการให้กลายเป็นโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนได้เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว AI จึงสามารถนำรายละเอียดเหล่านี้ไปออกแบบ Workflow ที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคลในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดแหล่งข่าวและวิธีรวบรวมข้อมูล

หลังจากทราบความต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการกำหนดแหล่งข้อมูล ซึ่งในการสร้างระบบ AI ต้องเข้าใจลักษณะของข้อมูลที่ต้องอ่านด้วย เพราะข่าวบางรายการอาจแสดงเป็นข้อความบนหน้าเว็บไซต์ ขณะที่บางรายการอาจแนบเอกสาร PDF ซึ่งต้องเปิดอ่านเพิ่มเติมจึงจะได้รับข้อมูลครบถ้วน

ดังนั้น Instruction ควรระบุให้ AI เข้าไปอ่านรายละเอียดจากลิงก์ข่าว รวมถึงเอกสารแนบที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่อ่านเฉพาะพาดหัวข่าวแล้วนำมาสรุปทันที นอกจากนี้ ยังควรระบุให้ AI ใช้เฉพาะแหล่งข้อมูลที่กำหนด และแนบลิงก์ต้นทางไว้ในรายงาน เพื่อให้นักลงทุนสามารถย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลได้

ขั้นตอนที่ 3 ใช้ Plan Mode วางแผนก่อนสร้างระบบจริง

หนึ่งในแนวทางที่นำเสนอคือการใช้ Plan Mode หรือโหมดวางแผน เพื่อให้ AI วิเคราะห์งานและเสนอขั้นตอนดำเนินการก่อนเริ่มสร้างระบบ ตัวอย่างเช่น หากต้องการสร้างระบบติดตามข่าวจากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ AI อาจช่วยแยกงานออกเป็นการเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ การตรวจสอบข่าวใหม่ การอ่านเอกสาร การคัดกรองข้อมูล การสรุปผล และการจัดทำรายงาน

ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบแผนดังกล่าวและเพิ่มเติมเงื่อนไขได้ เช่น ต้องการให้ตรวจสอบข่าวซ้ำหรือไม่ ต้องการจัดลำดับความสำคัญอย่างไร หรือหากไม่พบข่าวใหม่ควรให้ระบบแสดงผลแบบไหน การวางแผนก่อนลงมือทำช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างความต้องการของผู้ใช้กับผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น โดยเฉพาะระบบที่มีหลายขั้นตอนหรือเชื่อมต่อกับเครื่องมือภายนอก

ขั้นตอนที่ 4 ตั้งเวลาให้ระบบทำงานด้วย Scheduled Task

เมื่อออกแบบกระบวนการเรียบร้อยแล้ว สามารถกำหนดตารางเวลาการทำงานผ่านฟังก์ชัน Scheduled Task หรือ Routine Automation ตามความสามารถของเครื่องมือที่ใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้ระบบตรวจสอบข่าวที่ตกค้างจากรอบก่อนหน้า เช่น ข่าวที่เผยแพร่หลังเวลาสรุปรายงานรอบเย็น อาจถูกนำมารวมไว้ในรายงานรอบเช้าของวันถัดไป การกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบทุกเว็บไซต์ด้วยตนเอง

ขั้นตอนที่ 5 สร้างรูปแบบรายงานที่อ่านง่ายและตรวจสอบได้

หลังจาก AI รวบรวมข่าวแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการจัดทำรายงานให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ตัวอย่างรายงานที่อธิบายในบทเรียนมีการจัดกลุ่มข่าวตามประเภท เช่น ข่าวผลประกอบการ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุน ประเด็นด้านกฎหมาย การดำเนินธุรกิจ และรายการซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้บริหาร

นอกจากนี้ ยังสามารถจัดลำดับให้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับหุ้นในพอร์ตปรากฏเป็นอันดับแรก เพื่อให้นักลงทุนมองเห็นประเด็นที่อาจมีความสำคัญต่อการลงทุนของตนเองได้ทันที โดยรายงานอาจแสดงเป็นข้อความ Markdown ซึ่งเหมาะกับการจัดเก็บและประมวลผล หรือ HTML ที่สามารถออกแบบรูปแบบการนำเสนอให้อ่านง่ายขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการแสดงแหล่งอ้างอิงและลิงก์ข่าวต้นทาง เพราะการสรุปข้อมูลให้สั้นลงไม่ควรทำให้ความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลลดลงตามไปด้วย

เคล็ดลับต่อยอดระบบให้เก่งขึ้นทุกวัน

การสร้างระบบ AI Automation ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่หรือระบบที่มีความซับซ้อนสูง นักลงทุนสามารถเริ่มต้นจากงานเล็ก ๆ ที่ทำเป็นประจำก่อนก็ได้ 

  • ไม่ต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก ระบบที่ใช้งานจริงทุกวันล้วนผ่านการแก้มาหลายรอบ ใช้ไปสักวันสองวันหรือสักสัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มสิ่งที่ยังไม่ตรงใจ ระบบจะค่อย ๆ เติบโตเหมือนต้นไม้ที่เสียบกิ่งเพิ่มไปเรื่อย ๆ
  • คุยต่อเนื่องแบบ Prompt Chaining ถ้าผลลัพธ์รอบแรกยังไม่ใช่ ให้คุยต่อ สั่งแก้ต่อ เหมือนคุยกับลูกน้องที่ทำงานยังไม่ตรงสเปก ไม่จำเป็นต้องจบทุกอย่างในพรอมต์เดียว
  • ให้ตัวอย่างที่ชอบ โยนเอกสาร บทความ หรือไฟล์ที่เคยทำไว้แล้วชอบเข้าไป แล้วบอกว่าอยากได้หน้าตาแบบนี้ AI จะมีแนวทางอ้างอิงและทำได้ตรงใจขึ้นมาก
  • ถามที่มาเสมอ ถามว่าข้อมูลนี้เอามาจากไหน กระบวนการนี้ทำอย่างไร เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และเป็นการเรียนรู้ไปพร้อมกับ AI ไม่ใช่ตอบแค่ "เอาตามนี้" ทุกครั้ง
  • เผื่อเวลาดูแลระบบ ช่วงแรกเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการสร้าง แต่ในระยะยาวต้องแบ่งเวลามาดูแลรักษาระบบด้วย
  • เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุด จุดสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้น เมื่อเริ่มแล้วไอเดียจะตามมาเอง และไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ข่าวตลาดหลักทรัพย์ จะทำระบบ Morning Brief สรุปบทความจากนักวิเคราะห์ต่างประเทศ หรือแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อื่น ๆ ก็ทำได้เช่นกัน

ใช้ AI ลดงานซ้ำ เพิ่มเวลาให้การตัดสินใจที่มีคุณภาพ

AI Automation กำลังเปิดโอกาสให้นักลงทุนเปลี่ยนวิธีจัดการข้อมูล จากการใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นหาและรวบรวมข้อมูล สู่การสร้างระบบที่สามารถทำงานเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่องตามเงื่อนไขที่กำหนด สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือกใช้ AI ที่มีความสามารถสูงที่สุดเสมอไป แต่อยู่ที่การเข้าใจงานที่ต้องการทำ เลือกเครื่องมือให้เหมาะสม ออกแบบกระบวนการอย่างเป็นระบบ และกำหนดวิธีตรวจสอบผลลัพธ์ให้ชัดเจน

ท้ายที่สุดแม้ AI จะสามารถช่วยจัดการงานที่ซ้ำซ้อนและประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้ แต่การตรวจสอบความถูกต้อง การประเมินความเสี่ยง และการตัดสินใจลงทุนยังคงเป็นหน้าที่สำคัญของมนุษย์ เพราะเป้าหมายของการใช้ AI ในการลงทุน ไม่ใช่การให้เทคโนโลยีคิดแทนทุกอย่าง แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการข้อมูล เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาและข้อมูลประกอบการคิดวิเคราะห์ได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

สามารถรับชมคอร์สออนไลน์เต็ม AI for Investor ในตอนแรกและตอนต่อ ๆ ไป ซึ่งจะทำการถ่ายทอดสดให้เรียนรู้ทีละสเต็ปตั้งแต่รากฐาน โครงสร้างตัวอย่างพรอมต์ การจัดระบบ ตลอดจนระดับ Advance ที่จะเปิดให้เรียนรู้ฟรีทางช่อง YouTube ของ SET Thailand ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19:00 น. 

รับชมคอร์สออนไลน์ฉบับเต็มและเรียนรู้ไปพร้อมกัน

👉 คลิกเพื่อรับชมวิดีโอฉบับเต็ม EP.6 ได้ที่นี่ https://youtu.be/gIrFuwDFle0?si=ezUFM_ajPJHiZEiH 

Ai for investors_16-9 (1)
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน