ไม่ต้องเลือกหุ้นก็สร้างพอร์ตได้ทั่วโลก ผ่าน ETF ไทย และ DR ETF

โดย SET
5 Min Read
6 สิงหาคม 2569
42 views
สำเนาของ ETF ไทย +ETF ผ่านDR_1200x660px
In Focus

หลายคนกังวลกับการเลือกหุ้นรายตัวจนพลาดโอกาสให้เงินทำงาน... จะดีกว่าไหมถ้าเริ่มลงทุนใน 'ภาพรวมของตลาด' แทน? ด้วยเครื่องมืออย่าง ETF ไทย และ DR ที่อ้างอิง ETF ต่างประเทศ ที่เปิดโอกาสให้คุณเข้าถึงหุ้นชั้นนำทั่วโลกได้ง่ายขึ้น พร้อมช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตของคุณ ผ่านบัญชีหุ้นไทยบัญชีเดียว!

หลายคนที่อยากเริ่มต้นลงทุนมักพบกับความท้าทายเดียวกัน นั่นคือ "ไม่รู้จะเลือกซื้อหุ้นตัวไหนดี" เมื่อเปิดแอปพลิเคชันลงทุนขึ้นมา เจอรายชื่อหุ้นเป็นร้อยเป็นพันตัว ข่าวสารก็ล้นหลาม ทั้งเรื่องงบการเงิน เทรนด์เศรษฐกิจ และความผันผวนของตลาด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความกังวล จนสุดท้ายเลือกที่จะ "ไม่ทำอะไรเลย" และปล่อยให้เงินออมนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคาร

 

การไม่เริ่มต้นลงทุนเพียงเพราะกังวลเรื่องการเลือกหุ้นรายตัว ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะคุณกำลังพลาดโอกาสให้เงินทำงาน และเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนทบต้นในระยะยาว

 

หากการเฟ้นหาหุ้นรายตัวเป็นเรื่องที่สร้างความกดดันเกินไป ทำไมไม่ลองเปลี่ยนมุมมองจากการ “เลือกหุ้นรายตัว” มาเป็นการ “ลงทุนในภาพรวมของตลาด” ผ่านดัชนี (Index) แทน? วิธีนี้เปรียบเสมือนการกระจายความเสี่ยงอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์หุ้นทีละบริษัท แต่เป็นการลงทุนไปกับภาพรวมของเศรษฐกิจหรืออุตสาหกรรมนั้น ๆ

 

ETF: ลงทุนใน "ตะกร้าหุ้น" ที่คัดสรรมาให้แล้ว 


หากเปรียบการลงทุนในหุ้นรายตัว เหมือนการที่คุณต้องเข้าตลาดไปเลือกซื้อวัตถุดิบเอง ต้องปรุงเอง และต้องมั่นใจในคุณภาพ การลงทุนใน ETF (Exchange Traded Fund) จึงเปรียบได้กับการเลือก "Set Menu" ที่เชฟมืออาชีพได้คัดสรรหุ้นคุณภาพมารวมไว้ให้คุณในจานเดียว คุณได้รับสัดส่วนที่สมดุลและสอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง

 

กลไกที่สำคัญของ ETF คือการปรับสัดส่วนอัตโนมัติ (Rebalancing) ตามเกณฑ์ของดัชนี หากบริษัทใดในตะกร้าไม่ผ่านเกณฑ์ตามดัชนีอ้างอิง ระบบจะทำการปรับเปลี่ยนหุ้นตัวนั้นออกโดยอัตโนมัติ ช่วยให้พอร์ตของคุณสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอยู่เสมอ

สร้างพอร์ตระดับโลกได้ง่ายๆ ผ่านบัญชีหุ้นไทย


ในปัจจุบัน คุณไม่จำเป็นต้องมีบัญชีต่างประเทศ ก็สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่กระจายความเสี่ยงทั่วโลกได้ผ่าน 2 เครื่องมือหลักในตลาดหลักทรัพย์ไทย:

 

1. ETF (Exchange Traded Fund): กองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายลงทุนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง ซื้อขายได้แบบ Real-time เหมือนหุ้น และมีค่าธรรมเนียมที่มักต่ำกว่ากองทุนรวมทั่วไป

 

2. DR (Depositary Receipt): ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่ผู้ออก (เช่น ธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์) นำหลักทรัพย์ต่างประเทศ (รวมถึง ETF ต่างประเทศ) มาเสนอขายให้แก่นักลงทุนไทย โดยชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท ทำให้เราสามารถซื้อขายหุ้นหรือ ETF ระดับโลกได้โดยตรงผ่าน Streaming หรือแอปพลิเคชันหุ้นไทย

 

สร้างพอร์ตลงทุนด้วย ETF และ DR ETF


การใช้ ETF ไทยควบคู่กับ DR ที่อ้างอิง ETF ต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการจัดพอร์ตที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นไทยเพียงบัญชีเดียว ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน และกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เติบโตไปกับเศรษฐกิจไทย ผ่าน ETF

 

หากคุณคุ้นเคยกับธุรกิจในประเทศไทย และเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทชั้นนำที่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย การลงทุนใน ETF ที่อ้างอิงดัชนีหุ้นไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะดัชนีเหล่านี้รวบรวมบริษัทชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมไว้ในกองทุนเดียว ช่วยให้กระจายการลงทุนได้ง่าย โดยไม่ต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัว

 

ตัวอย่างหุ้นบริษัทชั้นนำที่มักจะเป็นองค์ประกอบในดัชนีหุ้นไทย ได้แก่

 

  • PTT ผู้นำด้านพลังงานและปิโตรเคมี
  • ADVANC ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 
  • CPALL ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven
  • AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย
  • BDMS เครือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

หมายเหตุ: รายชื่อบริษัทข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักเกณฑ์ของผู้จัดทำดัชนี

ตัวอย่าง ETF ในประเทศไทย

 

  • TDEX : อ้างอิงดัชนี SET50 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ 50 บริษัทของไทย
  • BEST100 : อ้างอิงดัชนี SET100 ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลาง 100 บริษัท
  • 1DIV : อ้างอิงดัชนี SET High Dividend 30 Index เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ 
  • BMSCITH: อ้างอิงดัชนี MSCI Thailand Index ซึ่งคัดเลือกหุ้นไทยตามมาตรฐานของ MSCI ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล 

 

โตไปกับบริษัทชั้นนำระดับโลก ผ่าน DR

 

สำหรับผู้ที่ต้องการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ DR ที่อ้างอิง ETF ต่างประเทศ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงตลาดโลกได้สะดวก ผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นไทย โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 


ตัวอย่างบริษัทชั้นนำที่อยู่ในดัชนีหุ้นระดับโลก ได้แก่

  • Apple ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เจ้าของ iPhone, Mac และ Ecosystem ดิจิทัลครบวงจร 
  • Microsoft ผู้นำด้านซอฟต์แวร์และ Cloud Computing 
  • NVIDIA ผู้นำด้านชิปประมวลผลสำหรับ AI 
  • Amazon ผู้นำธุรกิจอีคอมเมิร์ซและบริการ Cloud (AWS) 
  • Meta เจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ WhatsApp 

 

หมายเหตุ: รายชื่อบริษัทข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักเกณฑ์ของผู้จัดทำดัชนี

 

ตัวอย่าง DR ที่อ้างอิง ETF ต่างประเทศ

  • S&P 500: หนึ่งในดัชนีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก รวบรวมบริษัทขนาดใหญ่ 500 แห่งของสหรัฐฯ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านบริษัทชั้นนำ เช่น SP50001, SP500US19, SP500US80
  • NASDAQ-100 : ดัชนีที่เน้นบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น Apple, Microsoft, NVIDIA และ Amazon เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนตามเทรนด์ AI, Cloud Computing และเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น NDX01, QQQM19 
  • CSI 300 / STAR 50 : ดัชนีที่สะท้อนการลงทุนในตลาดหุ้นจีน โดย CSI 300 ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ส่วน STAR 50 เน้นบริษัทด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น CN01, CN23, STAR5001, CNSTAR5023
  • VN30 / Vietnam Diamond Index : ดัชนีที่สะท้อนการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม โดย VN30 รวบรวมหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศ ขณะที่ Vietnam Diamond Index เน้นหุ้นคุณภาพที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาโอกาสเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม เช่น E1VFVN3001, V3011, FUEVFVND01, VDIAMOND11
  • MSCI World / FTSE Global All Cap : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังหลายประเทศทั่วโลก โดย MSCI World ครอบคลุมหุ้นจากประเทศพัฒนาแล้ว ส่วน FTSE Global All Cap ครอบคลุมทั้งประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ช่วยกระจายการลงทุนในระดับโลกผ่านกองทุนเดียว เช่น WORLDA01, VT03


การผสมผสาน ETF ไทย กับ DR ที่อ้างอิง ETF ต่างประเทศ ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านเครื่องมือที่ซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์ไทย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยสร้างพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายและสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวได้ง่ายยิ่งขึ้น

อยากเริ่มลงทุน ETF และ DR ต้องทำอย่างไร

 

1. เปิดบัญชี: หากยังไม่มีบัญชีซื้อขายหุ้น สามารถเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ
ลิงค์เปิดบัญชีออนไลน์ : https://www.setinvestnow.com/th/open-account-stock-eopen
(ผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหุ้นไทยอยู่แล้ว สามารถลงทุน ETF และ DR ได้ทันที ไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่)

 

2. ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์: เลือก ETF หรือ DR ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาการลงทุน
ดูข้อมูลเพิ่มเติม :

 

3. ส่งคำสั่งซื้อขาย: ค้นหาชื่อย่อของ ETF หรือ DR ผ่านแอปซื้อขายหุ้น เช่น Streaming ระบุจำนวน ราคา และยืนยันรายการ เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้นทั่วไป

 

ลงทุนให้ง่ายขึ้นด้วยกลยุทธ์ "DCA"


หากกังวลว่าจะเริ่มลงทุนเมื่อใด หรือไม่มั่นใจในการจับจังหวะตลาด สามารถนำกลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Averaging) มาใช้ร่วมกับการลงทุนใน ETF และ DR ได้

DCA คือการลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่าเดิมอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุกต้นเดือน โดยไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ตลาดปรับขึ้นหรือลง 


ข้อดีของ DCA ได้แก่

  • ช่วยเฉลี่ยต้นทุนการลงทุนตามช่วงเวลา 
  • ลดความกังวลจากการพยายามจับจังหวะตลาด 
  • สร้างวินัยในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง 

 

ก้าวแรกสู่การเป็นนักลงทุนระดับโลก


การสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกหุ้นรายตัวเสมอไป สำหรับหลายคน การลงทุนผ่าน ETF และ DR อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้กระจายการลงทุนได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

 

สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพราะการสร้างความมั่งคั่งไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่เริ่มต้นได้จากการเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับตนเองและลงมือทำอย่างมีวินัย

 

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน