ท่ามกลางสภาวะการลงทุนที่มีความผันผวนของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงความกังวลในนโยบายการเงินและปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ทั่วโลก ทำให้นักลงทุนจำนวนมากต่างหันมาให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงแค่กำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้น (Capital Gains)เพียงอย่างเดียว การลงทุนในหุ้นปันผลถือเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน สำหรับผู้ที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอควบคู่ไปกับการได้กระจายการลงทุนส่วนนึงเข้ามาในตลาดหุ้นซึ่งในระยะยาวจะสามารถสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีกว่าอัตราเงินเฟ้อ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับหุ้นคุณภาพดีที่มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ แต่ไม่อยากเสียเวลาในการวิเคราะห์หุ้นปันผลรายตัว กองทุน ThaiDEX SET High Dividend ETF (ticker: 1DIV) จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะมีความสะดวกในการซื้อขายและมีการกระจายความเสี่ยงที่ดี และเป็นกองทุนที่ส่งต่อผลตอบแทนจากหุ้นปันผลคุณภาพดี 30 ตัว ตามดัชนี SETHD
เสน่ห์ของการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล
ประวัติศาสตร์การลงทุนทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอมักเป็นหุ้นของบริษัทที่ผ่านช่วงเวลาของการเติบโตอย่างรวดเร็วมาแล้ว และก้าวเข้าสู่ระยะที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง ส่งผลให้มีศักยภาพในการแบ่งปันผลตอบแทนกลับคืนสู่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทที่จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเงินและความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของตลาดได้เป็นอย่างดี สำหรับนักลงทุนแล้ว เงินปันผลมอบประโยชน์ที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ การสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ และยังสามารถยื่นเครดิตภาษีเงินปันผลได้อีกด้วย และหากเรานำเงินกลับเข้ามาลงทุนก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว
SETHD: ดัชนีอ้างอิงสำหรับหุ้นปันผลคุณภาพดี
หัวใจสำคัญของกองทุน 1DIV ETF คือการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนี SET High Dividend 30 (SETHD) มากที่สุด ซึ่งดัชนี SETHD เป็นหนึ่งในดัชนีอ้างอิงหุ้นปันผลที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในประเทศไทย ดัชนีดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนจำนวน 30 แห่งที่มีความโดดเด่นด้านการจ่ายเงินปันผล ซึ่งมีกระบวนการคัดเลือกหุ้น (Selection Methodology) ตั้งแต่ต้องเป็นหลักทรัพย์ในดัชนี SET100 และมีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง 3 ปี และมี Dividend payout ratio ไม่เกินร้อยละ 100 รวมถึงไม่เคยถูกขึ้นเครื่องหมาย SP โดยจะคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงสุด 30 ตัวแรก (เกณฑ์ buffer rule)
จากกระบวนการคัดเลือกดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่าดัชนี SETHD ให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีสภาพคล่องและมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงธุรกิจที่มีผลงานพิสูจน์ถึงการสร้างผลตอบแทนคืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พบว่า SETHD TRI Index ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 6.23% ต่อปี หากเทียบกับดัชนี SET Index ที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 4.02% ต่อปี (ที่มา:SETHD Monthly Report)
ในสภาวะปัจจุบันที่ผู้ลงทุนมีเวลาจำกัด และให้ความสำคัญกับการลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพ รวมถึงการมีรายได้ปันผลที่สม่ำเสมอ ทำให้ 1DIV ETF น่าจะเป็นช่องทางการลงทุนที่เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุน หากผู้ลงทุนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถาม Broker ผู้ให้บริการของท่าน หรือติดต่อ บลจ.วรรณ โดยท่านสามารถดูข้อมูลเบื้องต้นได้ที่นี่ ข้อมูลกองทุน
ช่องทางการลงทุนใน 1DIV ETF
2. สำหรับการซื้อขายล็อตใหญ่ (Big Lot)
หากต้องการทำธุรกรรมในปริมาณมาก ท่านสามารถติดต่อ Broker ผู้ให้บริการและ บลจ. วรรณ เพื่อรับคำแนะนำและอำนวยความสะดวกในการซื้อขายแบบ Big Lot
“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน”
