DR ลงทุนหุ้นนอก ผ่านตลาดหุ้นไทย เลือกได้กว่า 450 ตัว ครอบคลุมหลากหลายธีมการลงทุนจากทั่วโลก

โดย SET
5 Min Read
16 กรกฎาคม 2569
45 views

🎯 DR ลงทุนหุ้นนอก ผ่านตลาดหุ้นไทย
🌍 เลือกได้กว่า 450 ตัว ครอบคลุมหลากหลายธีมการลงทุนจากทั่วโลก
✨️ แค่มีบัญชีหุ้นไทย ก็เทรดได้เลย

📈 เพิ่มทางเลือกในการจัดพอร์ตด้วย DR เข้าถึงหุ้นชั้นนำจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
ซื้อขายหุ้นไทยและหุ้นนอกด้วยสกุลเงินบาท ผ่านบัญชีหุ้นไทยบัญชีเดียว
✅ ไม่ต้องโอนเงินออกนอกประเทศ
✅ ไม่ต้องเปิดบัญชีเพิ่ม

🔍 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr


ไม่รู้จะเริ่มจากธีมไหนดี?
มาสำรวจ 9 ธีมการลงทุนที่กำลังมาแรง ครอบคลุมเมกะเทรนด์สำคัญของโลก 👇

1. AI & Semiconductors (AI และเซมิคอนดักเตอร์)
ธีมการลงทุนที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ตั้งแต่ผู้ผลิตชิป ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Data Center เช่น NVIDIA (NVDA), AMD (AMD), Marvell Technology (MRVL), Super Micro Computer (SMCI) และ Microsoft (MSFT)

 2. Energy Security & Geopolitical Resilience (พลังงานมั่นคง รับมือโลกผันผวน)
ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น NextEra Energy (NEE) ผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของโลก และ Cameco Corporation (CCJ) ผู้ผลิตแร่ยูเรเนียมชั้นนำ

3. Fintech Innovation (นวัตกรรมการเงิน)
ธีมที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่โลกการเงินดิจิทัล ครอบคลุมธุรกิจการชำระเงิน การลงทุน และสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านบริษัทอย่าง Visa (VISA) และแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Coinbase (COIN)

4. Health Care (สุขภาพและการแพทย์)

ลงทุนในธุรกิจที่เติบโตตามเมกะเทรนด์สังคมสูงวัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น Eli Lilly (LLY) และ Intuitive Surgical (ISRG) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

5. Cybersecurity & Digital Infrastructure (ไซเบอร์และโครงสร้างดิจิทัล)

เมื่อโลกดิจิทัลเติบโต ความปลอดภัยของข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทียิ่งมีบทบาทสำคัญ ตัวอย่างบริษัทในธีมนี้ ได้แก่ CrowdStrike (CRWD) และ Oracle (ORCL)

 6. Future Mobility & EV (ยานยนต์แห่งอนาคต)

ธีมที่ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ และห่วงโซ่อุปทานด้านแบตเตอรี่ ผ่านบริษัทอย่าง Tesla (TSLA), BYD (BYDCOM), XPeng (XPENG) และ Contemporary Amperex Technology (CATL)

7. Lifestyle & Next-Gen Consumer (ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต)

ลงทุนในแบรนด์และธุรกิจที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งอีคอมเมิร์ซ สินค้าไลฟ์สไตล์ และแบรนด์ระดับโลก เช่น Amazon (AMZN), Pop Mart (POPMART) และ Hermès (HERMES)

8. Index & Thematic ETF (ลงทุนทั่วโลก ผ่านดัชนีและธีมเด่น)
กระจายการลงทุนได้ง่ายผ่านดัชนีและ ETF ชั้นนำจากทั่วโลก เช่น S&P 500, Nasdaq, Nikkei, MSCI World และ CSI 300 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหลากหลายบริษัทโดยไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว

 9. Space Tech & Exploration (นวัตกรรมแห่งห้วงอวกาศ)

ลงทุนในเทคโนโลยีอวกาศ ครอบคลุมธุรกิจการส่งดาวเทียม ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม ผ่านบริษัทอย่าง SpaceX, Rocket Lab (RKLB) และ AST SpaceMobile (ASTS)

📊 การกระจายการลงทุนเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการบริหารพอร์ต และ DR ช่วยให้เข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้สะดวก ผ่านตลาดหุ้นไทย 

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน