ล็อกเป้าหมาย สร้าง Passive Income จากหุ้นปันผล

โดย SET
5 Min Read
7 กรกฎาคม 2569
2.384k views
Banner_1200x660_หุ้นปันผล
In Focus

สภาวะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนหลายท่านอาจกำลังมองข้ามโอกาสที่ซ่อนอยู่ใน "ตลาดหุ้นไทย" แต่ใน Session : “ล็อกเป้าหมาย สร้าง Passive Income จากหุ้นปันผล กิจการแกร่ง” ของงาน SET in the City 2026 จะพาทุกคนมามองหาโอกาสของตลาดหุ้น เรียนรู้วิธีการและเกณฑ์การคัดกรองหุ้นปันผลที่มีคุณภาพไปกับ คุณเอ๊ดดี้ - กรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี และคุณประภาส บุญชื่น นักลงทุนและผู้ร่วมก่อตั้งเพจลงทุนกล้วย ๆ เพื่อให้ทุกท่านนำไปต่อยอดการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สภาวะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนหลายท่านอาจกำลังมองข้ามโอกาสที่ซ่อนอยู่ใน "ตลาดหุ้นไทย" แต่ใน Session : “ล็อกเป้าหมาย สร้าง Passive Income จากหุ้นปันผล กิจการแกร่ง” ของงาน SET in the City 2026 จะพาทุกคนมามองหาโอกาสของตลาดหุ้น เรียนรู้วิธีการและเกณฑ์การคัดกรองหุ้นปันผลที่มีคุณภาพไปกับ คุณเอ๊ดดี้ - กรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี และคุณประภาส บุญชื่น นักลงทุนและผู้ร่วมก่อตั้งเพจลงทุนกล้วย ๆ เพื่อให้ทุกท่านนำไปต่อยอดการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาสทางเศรษฐกิจ สู่เกณฑ์การเฟ้นหาหุ้นปันผล 💸

การคัดเลือกลงทุนเพื่อสร้าง Passive Income ก็ต้องมีเกณฑ์ที่รัดกุม ซึ่งหุ้นปันผลที่ดีไม่ควรดูแค่ตัวเลขปันผลย้อนหลังที่สูง แต่ต้องมีรายได้และกำไรที่เติบโตสม่ำเสมอ มีสัดส่วนการจ่าย (Payout Ratio) ที่เหมาะสม เพื่อกันเงินสดสำรองไว้ขยายกิจการ และหัวใจสำคัญที่สุดคือ กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) จะต้องแข็งแกร่ง ซึ่งแปลว่าเงินปันผลนั้นจ่ายมาจากเงินสดที่บริษัทหาได้จริง ไม่ใช่กู้มาจ่าย

 

จากหลักการและเกณฑ์ที่เข้มงวด นำไปสู่การคัดกรองหุ้นเด่นออกมาเป็น 3 ธีมการลงทุนที่เชื่อมโยงกับความต้องการและระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้

 

🐯 ธีมที่ 1: "เสือนอนกิน" – เน้นความมั่นคง ปันผลสูง ชัวร์ไว้ก่อน

หุ้นกลุ่มนี้เน้นกิจการขนาดใหญ่ มี Market Cap สูงกว่า 50,000 ล้านบาท มีความมั่นคง ป้องกันความเสี่ยงได้ดี ได้แก่

 

🔸 PTT (บมจ.ปตท.): ได้ประโยชน์จากเทรนด์ความมั่นคงด้านพลังงาน และที่สำคัญบริษัทกำลังมีแผน "Jump+" ซึ่งมุ่งปรับปรุงประสิทธิภาพธุรกิจให้ดีขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทน ปันผล และการซื้อหุ้นคืน ถือเป็นทางเลือกที่มั่นคงในระยะยาว

🔸 TTW (บมจ.ทีทีดับบลิว): หุ้นสาธารณูปโภคด้านน้ำประปาที่มีความทนทานสูงมาก จุดแข็งคือการรักษาระดับการจ่ายปันผลที่ 0.60 บาทต่อหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาถึง 10 ปี สะท้อนถึงคุณภาพเงินสดที่แท้จริง

🔸 TISCO (บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป): โมเดลธุรกิจที่มีความสมดุลระหว่างธุรกิจธนาคารและ Non-bank ซึ่งช่วยชดเชยความเสี่ยงซึ่งกันและกันได้ ทำให้ผลประกอบการและการจ่ายปันผลมีความต่อเนื่องและสม่ำเสมอมาก

🔸 Prospect REIT: กองทรัสต์ที่กระจายความเสี่ยงให้เช่าโรงงานและคลังสินค้ากับหลายอุตสาหกรรม จุดเด่นที่ตอบโจทย์ความชัวร์คือ ล่าสุดเพิ่งปรับนโยบายมาจ่ายปันผลเป็น "รายเดือน" ซึ่งเหมาะมากสำหรับการนำไปเป็น Passive Income จ่ายค่าครองชีพรายวัน

 

📈 ธีมที่ 2: "ปันผลและเติบโต" – คาดหวังการขยายตัวของกำไรควบคู่ปันผล

กลุ่มนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น โดยยอมให้ผลตอบแทนปันผลตั้งต้นลดลงมาเหลือราว 3% แต่แลกกับโอกาสที่บริษัทและเงินปันผลจะเติบโตได้อีกในอนาคต ได้แก่

 

🔹 TISCO (บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียล กรุ๊ป): ในมิติของการเติบโต บริษัทเข้าร่วมโครงการ Jump+ และตั้งเป้าจะดันอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ทะลุ 17% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งหากทำได้ หมายความว่ากำไรและเงินปันผลจะต้องเพิ่มระดับสูงขึ้นตามไปด้วย 

🔹 ADVANC (บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส): กิจการกึ่งผูกขาดที่มีอำนาจกำหนดราคา (Pricing Power) แม้ประชากรไม่โตแล้ว แต่คนใช้ Data เพิ่มขึ้น 3 เท่า บริษัทจึงมีรายได้เพิ่มโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ (Operating Leverage) ส่งผลให้กำไรและปันผลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นถึง 100% 

🔹 TNP (บมจ.ธนพิริยะ): TNP หุ้นค้าปลีกระดับภูมิภาคที่มีกระแสเงินสดดีเยี่ยม จ่ายปันผลเกือบ 4% และตั้งเป้ากำไรเติบโต 15% ต่อปี 

🔹 KCG (บมจ.เคซีจี คอร์ปอเรชั่น): เบอร์ 1 ด้านเนยและชีส ที่ผลประกอบการแกร่งจนล่าสุดปันผลเติบโตขึ้นถึง 70% สะท้อนการเติบโตตามการดำเนินงานที่แท้จริง 

🔹 MOSHI (บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น): หุ้นร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่หลายคนมองว่าเป็นหุ้น Growth ล้วนๆ แต่ความจริงคือมันสามารถผสมผสานการจ่ายปันผลได้ถึง 4% พร้อมการตั้งเป้าเติบโตระดับ 15-20% ต่อปีไปในเวลาเดียวกัน

 

📊 ธีมที่ 3: "สายสวน Deep Value" – ราคาปรับลดลงมาลึก รอวัน Turnaround

เหมาะสำหรับนักลงทุนสายสวนที่พร้อมรับความเสี่ยงสูงขึ้น (High Risk, High Return) เน้นหุ้นที่ราคาตลาดตกลงมาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ (Deep Value) และมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาจ่ายปันผลได้ดี เช่น

 

♦️ TRUE (บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น): TRUE กำลังเปลี่ยนผ่านจากการขาดทุนมาเป็นกำไรต่อเนื่อง และเริ่มแสดงเจตจำนงที่จะพลิกเป็นหุ้นปันผล หากกระแสเงินสดนิ่งและจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอขึ้น ด้วย Valuation ที่ยังถูกกว่าคู่แข่งมาก จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสถาบันได้อีกมาก 

♦️ PRTR (บมจ.พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป): ธุรกิจจัดหาบุคลากร บริษัทมีรายได้สม่ำเสมอ แต่ราคาหุ้นกลับตกลงต่อเนื่องจนค่า PE เหลือเพียงประมาณ 8 เท่า ในขณะที่ปันผลที่จ่ายจริงกลับเพิ่มขึ้นถึง 100% ในช่วง 3 ปี จึงเป็นจุดที่ควรค่าแก่การศึกษาต่อ 

♦️ CHAO (บมจ. เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี): เจ้าสัวมีความน่าสนใจซ่อนอยู่จากเป้าหมายการขยายตลาดต่างประเทศ เช่น อเมริกาและจีนโดยมีพันธมิตรอย่างเถ้าแก่น้อยเข้ามาร่วมถือหุ้น

♦️ Netbay (บมจ. เน็ตเบย์): อดีตหุ้นขวัญใจ VI ที่ราคาลงมาจาก 20 บาทเหลือ 10 บาท จากความผิดหวังในงบระยะสั้น หากพิจารณาแล้วว่าโครงสร้างหลักยังไม่เปลี่ยน ก็ถือเป็นหุ้น Deep Value ที่น่าจับตาดูอย่างใกล้ชิด

 

แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะเต็มไปด้วยโอกาสที่กำลังเชื่อมโยงเข้ากับรอบการลงทุนใหม่ แต่รายชื่อหุ้นทั้งหมดที่นำมาพูดคุยในวันนี้ เป็นเพียงกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำให้ซื้อขายตามแต่อย่างใด นักลงทุนจำเป็นต้องนำกรอบแนวคิดที่ได้เรียนรู้ ไปวิเคราะห์พื้นฐานและพิจารณาความเสี่ยงเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของตนเองก่อนตัดสินใจให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ✨

 

 🎥 รับชมย้อนหลังได้ที่ : https://s.setth.org/epo 

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน