Playbook VI ลงทุนให้รอด และเติบโต

โดย SET
5 Min Read
26 มิถุนายน 2569
102 views
Playbook-SETin-1200x660-01_0
In Focus

บทเรียนตกผลึก 22 ปี จากกิโลเมตรที่ 0 สู่เส้นชัยทางการเงิน โดย คุณหลิน-วีระพงษ์ ธัม นักลงทุน VI อดีตนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่าประเทศไทย (Thai VI) ผ่าน Sesion สัมมนา "เปิด Playbook VI ลงทุนให้รอดและเติบโต" ในมหกรรมการลงทุน SET in the City 2026

มหกรรมการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ SET in the City 2026 กับสัมมนา Session เปิดเวที หัวข้อ "เปิด Playbook VI ลงทุนให้รอดและเติบโต" โดย คุณหลิน-วีระพงษ์ ธัม นักลงทุน VI อดีตนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่าประเทศไทย (Thai VI)

ผู้ถ่ายถอดประสบการณ์ที่ตกผลึกตลอดระยะเวลา 22 ปีบนเส้นทางการลงทุน นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในงาน SET in the City เมื่อปี 2004 โดยคุณหลินได้เปรียบเทียบการลงทุนเป็นดั่ง "การวิ่งมาราธอน" ที่ไม่มีความสมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยความท้าทาย ซึ่งนักลงทุนทุกคนต้องก้าวผ่าน 3 ช่วงสำคัญ คือ การเริ่มต้น การรอด และการเติบโต

สำเนาของ Photo Album Utilize setin 2026-Playbook-02
1. ช่วงเริ่มต้น กิโลเมตรที่ 0 และการหา Pace ของตัวเอง

จุดเริ่มต้นของการลงทุนหรือ “กิโลเมตรที่ 0” นั้นยากที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ที่ความกลัว ทั้งกลัวขาดทุน กลัวซื้อผิด กลัวตัดสินใจพลาด และความฝันหวานที่จินตนาการถึงเส้นชัยและความร่ำรวยไปพร้อม ๆ กัน

สิ่งที่จะทำให้นักลงทุนก้าวข้ามจุดนี้ไม่ใช่การเลือกซื้อหุ้นเด็ดทันที แต่คือ “การซ้อมอย่างมีวินัย” นั่นก็คือการศึกษาหาความรู้ อ่านงบการเงินซ้ำ ๆ และทบทวนความผิดพลาดอย่างเป็นระบบ แม้ว่าจะน่าเบื่อ แต่เป็นรากฐานที่สร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่

สิ่งสำคัญต่อมาคือการหา Pace หรือจังหวะความเร็วของตัวเองที่สอดคล้องกับเป้าหมายและข้อจำกัดของชีวิต  ซึ่งแบ่งเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่

- Walk ปันผล/Income  เดินชิลๆ เน้นกระแสเงินสดและมีความสบายใจ

- Sprint เก็งกำไร/Momentum ตื่นเต้น เร็ว แต่เหนื่อยและหมดพลังเร็ว

- Tempo Growth/Active ต้องจดจ่อ มีวินัยสูง และมุ่งเน้นระบบการซื้อขายที่ชัดเจน

- Marathon (Quality/Compounder) เน้นสินทรัพย์คุณภาพสูงเพื่อการเติบโตและทบต้นในระยะยาว

การเดินทางในเฟสนี้จะขับเคลื่อนผ่านกรอบ 4M of Compounding หรือการทบต้นหลายชั้นได้แก่ Mind ความคิดและวินัย Money เงินออมและการลงทุนซ้ำ Method ระบบการทบทวนปรับปรุง และ Machine ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งมี Moat และ Scale

สำเนาของ Photo Album Utilize setin 2026-Playbook-03
2. ช่วงเอาตัวรอด : "เงินสด + ระบบ" คือออกซิเจนช่วยชีวิต

รอดให้นานพอ เพื่อให้การเติบโตได้ทำงาน หนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญ เพราะในโลกการลงทุน ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับกำแพง เช่น Drawdown, Crisis, Panic ที่เป็นเหมือนบททดสอบของนักลงทุน ดังนั้นสิ่งที่เป็นดั่งออกซิเจน (VO2 MAX) ที่ช่วยให้หายใจต่อได้ในยามวิกฤตคือเงินสดและระบบ

- เงินสดช่วยให้รอด ทำให้ไม่ต้องตัดใจขายสินทรัพย์ในราคาขาดทุนเมื่อตอนตลาด Panic มีสภาพคล่องพร้อมซื้อเมื่อโอกาสครั้งใหญ่มาถึง และช่วยลดความเครียดในชีวิต

- ระบบช่วยให้ไม่หลุด การทำ Asset Allocation ที่ชัดเจน มีหลักการซื้อขายที่มั่นคง และมีแผนรับมือวิกฤตล่วงหน้า หากไม่มีกรอบความคิด (Framework) นักลงทุนจะถูกอารมณ์ของตลาดลากไปทุกทิศทาง

นอกจากนี้จุดอันตรายที่ควรระวังไม่ใช่แค่ความโหดร้ายของตลาด แต่เกิดจากการหลุด Pace ไปวิ่งตามคนอื่นในโซเชียล การใช้ Leverage มากเกินไป หรือการทำ Concentration ถือหุ้นตัวเดียวหนักเกินไปโดยไม่มีเงินสำรอง ขายเพราะ Panic ที่เป็นการตัดสินบนพื้นฐานของความกลัว รวมถึงไม่รู้ว่าตัวเองรับขาดทุนได้แค่ไหน

สำเนาของ Photo Album Utilize setin 2026-Playbook-04
3. ช่วงเติบโต : ถือสินทรัพย์ที่โตได้จริง และขยายสู่เวทีโลก

สูตรสำเร็จของการเติบโตคือ

Wealth Growth = เงินออม × ผลตอบแทน × เวลา

- พอร์ตเล็ก ๆ จะเติบโตจากเงินออม

- พอร์ตกลางจะโตจาก วินัยการลงทุนซ้ำ

- พอร์ตใหญ่จะโตอย่างยั่งยืนด้วยคุณภาพสินทรัพย์

หากอยากให้พอร์ตโต ระยะยาวต้องถือเครื่องจักรผลิตเงินสดที่เติบโตได้จริง มีรายได้และกำไรโตต่อเนื่อง กระแสเงินสดดี หนี้ต่ำ และผู้บริหารจัดสรรเงินทุนเก่ง

 

โดยเราต้องมี Growth Mindset ก่อน Growth Seeker
นั่นคือวิธีคิดเราต้องเติบโตก่อน โดยยกคำพูดของ Howard Marks ที่ว่า “ความผิดพลาดใหญ่ที่สุดของนักลงทุน คือการคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่วันนี้ จะเป็นแบบนี้ตลอดไป” และคุณหลินยังได้สรุปไว้ว่า "ถ้าใจไม่เชื่อว่ามีทางโต สายตาก็จะมองไม่เห็นโอกาสเติบโต"

ในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า แม้จะเจอช่วง Lost Decade ดัชนีนิ่งสนิทหรือติดลบ เช่น สหรัฐฯ ปี 2000-2009, ญี่ปุ่น ปี 1990-1999, หรือฮ่องกง ปี 2014-2024 แต่ยังมีหุ้นเด่นหรือซูเปอร์สต็อกที่สร้างผลตอบแทนถล่มทลายแฝงอยู่เสมอ เช่น Apple, Amazon, Tencent หรือ BYD

นักลงทุนจึงควรกระจายสนามลงทุน อย่าวิ่งด้วยรองเท้าคู่เดียว สามารถผสมผสานพอร์ตให้ยั่งยืนผ่านหุ้นปันผล (Income) หุ้นเติบโต (Growth) และหุ้นต่างประเทศ (Global) ผ่านเครื่องมือที่เข้าถึงง่ายในปัจจุบันอย่าง DR ในตลาดหุ้นไทย

รวมถึงการปรับสัดส่วนพอร์ตตามช่วงวัยและข้อจำกัดภาระชีวิต โดยประยุกต์ร่วมกับลักษณะหุ้น 6 ประเภทของ Peter Lynch เช่น วัยเริ่มลงทุนฟิตมากเน้น Fast Growers + Cyclicals ส่วนวัยใกล้เกษียณปรับมาเน้น Slow Growers + Stalwarts เป็นต้น

 

ใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มความเร็ว แต่อย่าใช้คิดแทนเรา

คุณหลินได้ให้คำแนะนำในการใช้ AI ให้เป็นเครื่องมือช่วยสรุปข้อมูล ค้นหาไอเดีย และเปรียบเทียบทางเลือก แต่สิ่งที่ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้คือการคิด การตัดสินใจวิเคราะห์เชิงลึก การประเมินความเสี่ยง และการกำหนดเป้าหมายชีวิต ทิศทางและ Pace ทั้งหมดต้องมาจากตัวเราเอง

ในช่วงตอบคำถาม คุณหลินได้แบ่งปันแง่คิดและ Playbook ส่วนตัวที่น่าสนใจไว้ดังนี้

เมื่อมีเงินเริ่มต้น 1 ล้านบาท

อย่าเพิ่งด่วนเอาเงินออมทั้งชีวิตมาลงในวันเดียว ให้เช็กสภาพคล่อง Cash Flow ก่อนแล้วลองกระจายเงินออกเป็น 4 ก้อน เช่น ปันผล, เติบโต, ต่างประเทศ, สินทรัพย์อื่น ๆ โดยเริ่มลงน้ำหนักในสินทรัพย์ที่เข้าใจง่ายที่สุดอย่างหุ้นปันผลไทยที่มีรายได้เติบโตสม่ำเสมอ แล้วจึงค่อยขยายไปสู่หุ้นเติบโตและ DR ต่างประเทศ

บทเรียนราคาแพงที่สุด

คือการวิ่งหลุด Pace ของตัวเอง คุณหลินเล่าถึงประสบการณ์ปี 2021 ที่ซื้อหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศที่ราคา $60 แล้วพุ่งไป 5 เท่าถึง $300 ตอนนั้นเกิดกับดักความมั่นใจคิดว่าตัวเองเก่งเมื่อพอร์ตเขียว สุดท้ายไม่ได้ขายและกลับไปซื้อเพิ่มตอนขาลง จนหุ้นร่วงลงมาเหลือ $20-$10 บทเรียนนี้สอนให้รู้จักประเมินจุดพีคและควบคุมอารมณ์ตนเอง

Playbook การขายหุ้น

หากซื้อถูกตัว ทยอยขายเมื่อผลตอบแทนถึงเป้าหมายหรือจุดที่พอใจเพื่อสร้างความสุข แต่ถ้าพบว่าตัวเอง "วิเคราะห์ผิดพลาดหรือเข้าใจธุรกิจผิด" ต้องยอมตัดใจขายออกทั้งหมดทันทีไม่ว่าจะขาดทุนเท่าใดก็ตาม

สำเนาของ Photo Album Utilize setin 2026-Playbook-05

เส้นชัยที่แท้จริงของการมาราธอนลงทุน

บทเรียนข้อเดียวที่สำคัญที่สุดตลอด 22 ปีของคุณหลินคือ "ต้องหาวิธีมีความสุขกับการลงทุนให้ได้ในทุกสถานการณ์" เพราะความสุขจะนำมาซึ่งสติและการตัดสินใจที่รอบคอบและดีขึ้น เส้นชัยที่แท้จริงของมาราธอนการลงทุนจึงไม่ใช่ตัวเลข 10 ล้าน หรือ 100 ล้านในพอร์ต แต่คือการได้มาซึ่งอิสรภาพในชีวิตที่เราสามารถเลือกและกำหนดทิศทางเองได้ และเป็นการวิ่งลงมือทำในวันนี้ เพื่อตัวเราเองในอนาคตยามที่แรงลดน้อยถอยลงไป

สำเนาของ Photo Album Utilize setin 2026-Playbook-06
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน