สร้าง "Core Portfolio" ด้วย ETF ชั้นนำ ผ่าน DR ในตลาดหุ้นไทย

โดย SET
5 Min Read
19 มีนาคม 2569
25 views
investhow-dr-investment-core-portfolio-2026-1
In Focus

การลงทุนระยะยาวไม่ใช่เรื่องของ “ความเร็ว” แต่คือการรักษาทิศทางให้พอร์ตไม่หลุดจากเป้าหมาย ในโลกที่ตลาดผันผวน พอร์ตที่เดินทางได้ไกลต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง รองรับแรงกระแทกได้ และเชื่อมต่อกับแหล่งการเติบโตที่หลากหลาย แกนหลักของการลงทุนจึงไม่ควรเป็นพอร์ตที่ต้องคอยลุ้นทุกเช้าเย็น แต่ควรเป็นพอร์ตที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ในวันที่ตลาดผันผวน และยังพาเราเดินหน้าไปตามแผนระยะยาว โดยไม่ต้องเปลี่ยนทิศตามข่าวรายวัน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกคือ Core-Satellite Portfolio

แนวทางการจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น โดยแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

Core Portfolio
ทำหน้าที่เป็น “แกนหลัก” ของพอร์ต มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านการลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงดัชนี (Index Fund) จากประเทศหรือภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโต

Satellite Portfolio
ทำหน้าที่เป็น “ตัวเสริม” ของพอร์ตหลัก เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะสั้น–กลาง ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมหรือธีมที่กำลังเป็นเทรนด์

📌 บทความนี้จะพาคุณโฟกัสไปที่การสร้าง Core Portfolio ให้แข็งแรง

✅ เข้าใจกลยุทธ์ Core-Satellite

✅ แนวทางการจัด Core Portfolio

✅ ลิสต์ DR อ้างอิง ETF สำหรับใช้เป็นแกนหลักของพอร์ต

การสร้างพอร์ตที่แข็งแรง อาจไม่ได้เริ่มจากการหา “หุ้นที่ดีที่สุด” แต่เริ่มจากการวาง แกนหลักของพอร์ต ให้มั่นคงก่อน

Core Portfolio คือหัวใจของการลงทุนระยะยาว โดยมักจัดสรรสัดส่วนประมาณ 60–70% ของพอร์ตรวม
เพื่อช่วยให้เงินลงทุนเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ลดความผันผวน และเพิ่มโอกาสในการไปถึงเป้าหมายทางการเงิน โดยไม่ต้องปรับพอร์ตตามทุกข่าวหรือทุกจังหวะของตลาด

 

แนวคิดสำคัญของ Core คือการเลือกสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว และสามารถกระจายความเสี่ยงได้ดี อย่าง กองทุนที่อ้างอิงดัชนี (Index Fund) จากประเทศหรือภูมิภาคที่มีแนวโน้มขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงโอกาสเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นผ่าน DR (Depositary Receipt) ตราสารที่อ้างอิงหลักทรัพย์ต่างประเทศ และช่วยเปิดประตูสู่การลงทุนระดับโลกได้จากตลาดหุ้นไทย

📌 เราได้รวบรวม ลิสต์ DR ที่อ้างอิง ETF หรือกองทุนดัชนี แบ่งตามรายประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณนำไปปรับใช้ในการจัด Core Portfolio ได้อย่างเหมาะสม

investhow-dr-investment-core-portfolio-2026-2

รวมลิสต์ DR ที่อ้างอิง ETF หรือกองทุนดัชนี แบ่งตามรายประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณนำไปปรับใช้ในการจัด Core Portfolio ได้อย่างเหมาะสม

ดัชนีหุ้น “จีน” เจ้าแห่งการผลิต

ตลาดหุ้นจีน ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีความน่าสนใจ เพราะเริ่มมีบริษัทหลายแห่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการผลิตสินค้าให้คนทั่วโลก และยังมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

📌 “CN01” : DR ที่อ้างอิงกองทุน ChinaAMC CSI 300 Index ETF (3188.HK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ลงทุนตามดัชนี CSI 300 ซึ่งครอบคลุมหุ้น A-Shares ชั้นนำของจีนแผ่นดินใหญ่จำนวน 300 บริษัท เช่น Kweichow Moutai, ICBC, China Merchants Bank, PetroChina, Ping An Insurance

📌 “CN23” : DR ที่อ้างอิงกองทุน ChinaAMC CSI 300 Index ETF ลงทุนในหุ้นบลูชิพ A-Share หัวใจหลักของเศรษฐกิจจีน เช่น China Merchants Bank, Midea Group, Zijin Mining, BYD, CATL

📌 “HKCE01” : DR ที่อ้างอิงดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ลงทุนในหุ้นจีน H-Shares 50 บริษัทใหญ่ที่จดทะเบียนในฮ่องกง เช่น Xiaomi, China Construction Bank, ICBC, BYD, Meituan

ดัชนีหุ้น “ฮ่องกง” ศูนย์กลางการเงินระดับโลก

ตลาดหุ้นฮ่องกง แหล่งรวมบริษัทชั้นนำที่จดทะเบียนในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย มีทั้งหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และบริษัทที่โดดเด่นเรื่องการจ่ายเงินปันผล

📌 “HK01 / HK13” : DR ที่อ้างอิงดัชนี Hang Seng ลงทุนในหุ้นฮ่องกงชั้นนำ 80 บริษัท เช่น HSBC, AIA, Alibaba, Tencent, Meituan

📌 “HSHD23” : DR ที่อ้างอิงดัชนี Hang Seng High Dividend Yield ลงทุนในหุ้นฮ่องกง 50 บริษัท ที่โดดเด่นเรื่องการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เช่น CK Infrastructure, Henderson Land, Link REIT, Bank of China, PetroChina

ดัชนีหุ้น “อินเดีย” ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งเอเชีย

ตลาดหุ้นอินเดีย เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามจำนวนประชากรและการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ยั่งยืน

📌 “INDIA01” : DR ที่อ้างอิงดัชนี Nifty 50 เกาะการเติบโตของอินเดียผ่านหุ้นขนาดใหญ่-กลาง ครอบคลุมเศรษฐกิจทั้งประเทศ เช่น Reliance Industries, HDFC Bank, Infosys, ICICI Bank, Tata Consultancy Services

📌 “INDIAESG19” : DR ที่อ้างอิงดัชนี Nifty 100 ESG ลงทุนในอินเดียสายสิ่งแวดล้อม คัดหุ้นขนาดใหญ่-กลาง ที่มุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เช่น Tata Consultancy Services, Hindustan Unilever, ICICI Bank, Infosys, HDFC Bank

ดัชนีหุ้น “ญี่ปุ่น” เจ้าแห่งเทคโนโลยีและแบรนด์ระดับโลก

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกด้วยบริษัทที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงยาวนาน พร้อมโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง

📌 “JAP03” : DR ที่อ้างอิงดัชนี TOPIX-17 IT & Services ลงทุนในบริษัทญี่ปุ่นผู้นำอุตสาหกรรมเจ้าของแบรนด์และเทคโนโลยีที่สร้างรายได้ทั่วโลก เช่น Sony, Toyota, Keyence, Nintendo, Hitachi

📌 “JAPAN13” : DR ที่อ้างอิงดัชนี TOPIX ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่-กลาง หลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เช่น Mitsubishi UFJ Financial, Nintendo, Shin-Etsu Chemical, Toyota, Honda

📌 “NIKKEI80” : DR ที่อ้างอิงดัชนี Nikkei 225 ครอบคลุม 225 บริษัทชั้นนำที่เป็นตัวแทนของภาคธุรกิจญี่ปุ่น เช่น Fast Retailing (Uniqlo), Tokyo Electron, SoftBank Group, Toyota, Sony

📌 “JAPAN10001” : DR ที่อ้างอิงดัชนี TOPIX 100 รวม 100 บริษัทแกนหลักในตลาดหุ้นโตเกียว ครอบคลุมภาพใหญ่ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น เช่น Honda Motor, Takeda Pharmaceutical, Hitachi, Mitsubishi Corp, Sony

investhow-dr-investment-core-portfolio-2026-3

ดัชนีหุ้น “สหรัฐฯ” มหาอำนาจเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนทั่วโลก ด้วยการเป็นที่ตั้งของบริษัทนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของทุกคนและมีมูลค่าตลาดสูงที่สุด 

📌 “QQQM19” : DR ที่อ้างอิงดัชนี NASDAQ-100 ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ 100 บริษัทชั้นนำ จับเทรนด์นวัตกรรมโลก เช่น Apple, Microsoft, Amazon, NVIDIA, Alphabet

📌 “NDX01” : DR ที่อ้างอิงดัชนี NASDAQ-100 ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ 100 บริษัท เน้นกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง เช่น Meta, Tesla, Broadcom, Adobe, Netflix

📌 “SP50001” : DR ที่อ้างอิงดัชนี S&P 500 ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ชั้นนำ 500 บริษัท ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม เติบโตไปกับมหาอำนาจโลก เช่น Berkshire Hathaway, JPMorgan Chase, Visa, UnitedHealth Group, Johnson & Johnson

📌 “SP500US19” : DR ที่อ้างอิงกองทุน SPDR Portfolio S&P 500 ETF (SPLG) ลงทุนตามดัชนี S&P 500 ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่ 500 ตัวของสหรัฐฯ เช่น Exxon Mobil, Mastercard, Procter & Gamble, Home Depot, Chevron

📌 “SP500US80” : DR ที่อ้างอิงกองทุน SPDR Portfolio S&P 500 ETF (SPYM) ลงทุนตามดัชนี S&P 500 กระจายความเสี่ยงในหุ้นชั้นนำหลากหลายกลุ่มธุรกิจของสหรัฐฯ เช่น Costco, PepsiCo, Adobe, Walmart, McDonald's


ดัชนีหุ้น “ไต้หวัน” ผู้นำเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

ไต้หวันคือจิ๊กซอว์สำคัญของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิปและเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด

📌 “TAIWAN19” : DR ที่อ้างอิงดัชนีหุ้นไต้หวัน 50 บริษัทขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง มีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนหลัก เช่น TSMC, Hon Hai Precision (Foxconn), MediaTek, Quanta Computer, Fubon Financial

📌 “TAIWANHD13” : DR ที่อ้างอิงดัชนีหุ้นไต้หวัน 30 บริษัท ที่มีจุดเด่นด้านการจ่ายเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ เช่น Cathay Financial, Formosa Plastics, Nan Ya Plastics, Chunghwa Telecom, Mega Financial


ดัชนีหุ้น “เวียดนาม” ดาวรุ่งแห่งฐานการผลิตใหม่

เวียดนามคือประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจโดดเด่นที่สุดในอาเซียน กลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลกที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง

📌 “E1VFVN3001” : DR ที่อ้างอิงดัชนี VN30 ลงทุนในหุ้นเวียดนามชั้นนำ 30 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงและสภาพคล่องสูง เช่น Vinamilk, Vietcombank, FPT Corp, Vinhomes, Hoa Phat Group

📌 “FUEVFVND01” : DR ที่อ้างอิงดัชนี VN Diamond ลงทุนในหุ้นเวียดนามคุณภาพสูงที่นักลงทุนต่างชาติสนใจแต่เข้าถึงยากจากข้อจำกัด Foreign Limit เช่น Mobile World, PNJ, Techcombank, REE Corp, MB Bank

investhow-dr-investment-core-portfolio-2026-4

หมายเหตุ

  • DR (Depositary Receipt) เป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
  • ข้อมูล ณ สิ้น ปี 2025
  • ข้อมูลที่ปรากฏนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยการอิงกับไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Based) หรือกระแส (Trend) อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว รวมทั้งไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี
  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน