ปั้นพอร์ตเชิงรุก "Satellite Portfolio" ด้วย ETF ดัชนีอุตสาหกรรมชั้นนำ ผ่าน DR ในตลาดหุ้นไทย

โดย SET
5 Min Read
18 มีนาคม 2569
27 views
20260209-SET-DR-Satellite-PhotoAlbum_1200x660
In Focus

การลงทุนระยะยาวไม่ใช่แค่การสร้าง “ฐานที่มั่นคง” แต่ยังต้องรู้จักเติมพลังให้พอร์ตเติบโตได้เร็วขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม ในโลกที่ตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นักลงทุนอาจเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตไปกับเทรนด์แห่งอนาคต เพื่อเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น และต่อยอดการเติบโตจากแกนหลักของพอร์ต โดยแกนหลักยังคงช่วยให้พอร์ตเดินหน้าอย่างมั่นคง และ พอร์ตเสริมเชิงรุก คือ “ตัวเร่ง” ที่ช่วยให้พอร์ตไปได้ไกลกว่าเดิม

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกคือ Core-Satellite Portfolio

แนวทางการจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น โดยแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

🌍Core Portfolio

ทำหน้าที่เป็นฐานของพอร์ต เน้นความมั่นคงและการเติบโตระยะยาว

🛰️ Satellite Portfolio

ทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมเชิงกลยุทธ์ มุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มเติม ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมที่กำลังจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนของโลกในอนาคต เช่น Technology 🦾, Healthcare 🩺, Financial💰, EV 🚗 และ  Battery 🔋เป็นต้น

 

Satellite Portfolio ไม่ได้มีไว้เพื่อ “เสี่ยงมากขึ้น” แต่มีไว้เพื่อ เพิ่มศักยภาพของพอร์ต ภายใต้สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม

 

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักแนวทางการสร้าง Satellite Portfolio อย่างมีหลักการ และแนวทางเพิ่มพลังการเติบโตพอร์ตการลงทุน

 

Highlight

✅ เข้าใจกลยุทธ์ Core-Satellite Portfolio

✅ แนวทางการจัด  Satellite Portfolio

✅ ลิสต์ DR อ้างอิง ETF สำหรับใช้เป็นส่วนเสริมของพอร์ต

🚀 DR (Depositary Receipt) เป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ

พร้อมหรือยัง? ที่จะออกไปคว้าโอกาสใหม่ในจักรวาลที่ไม่มีวันสิ้นสุด

เปิดประตูสู่จักรวาล DR ผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทยได้แล้ววันนี้บนแอปฯ Streaming 🚀

20260209-SET-DR-Satellite-PhotoAlbum4_P2

การสร้างพอร์ตที่แข็งแรง อาจไม่ได้จบแค่การมี “แกนหลักที่มั่นคง” แต่ยังต้องรู้จักเพิ่มโอกาสให้พอร์ตเติบโตได้มากขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม

Satellite Portfolio จึงเข้ามามีบทบาทในฐานะ “พอร์ตเสริมเชิงรุก” ที่ช่วยต่อยอดผลตอบแทน และเปิดรับโอกาสจากเทรนด์การลงทุนทั่วโลก

โดยทั่วไปมักจัดสรรสัดส่วน Satellite Portfolio ประมาณ 30–40% ของพอร์ตรวม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่วางแผนไว้อย่างเหมาะสม โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของพอร์ตหลัก

แนวคิดสำคัญของ Satellite คือการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง หรืออยู่ในกระแสการลงทุนของโลก เช่น อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ธีมเมกะเทรนด์ เพื่อช่วยให้พอร์ตไม่เพียงแค่ “มั่นคง” แต่ยัง “เติบโตได้รวดเร็วขึ้น”

ปัจจุบัน นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงโอกาสเหล่านี้ได้สะดวกผ่าน DR (Depositary Receipt) ตราสารที่อ้างอิงหลักทรัพย์ต่างประเทศ และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยกระจายการลงทุนสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้นผ่านตลาดหุ้นไทย

📌เราได้รวบรวม*ลิสต์ DR ที่อ้างอิง ETF และกองทุนธีมการลงทุน เพื่อเป็นแนวทางให้คุณนำไปปรับใช้ในการสร้าง Satellite Portfolio ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

20260209-SET-DR-Satellite-PhotoAlbum4_P3

รวมลิสต์ DR ที่อ้างอิง ETF หรือกองทุนดัชนี แบ่งตามธีมอุตสาหกรรมชั้นนำ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณนำไปปรับใช้ในการจัด Satellite Port ได้อย่างเหมาะสม


🤖 Technology & Innovation

เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งการลงทุนในเทคโนโลยีจะช่วยเปิดรับโอกาสการลงทุนจากเมกะเทรนด์ระยะยาวได้


📌 “CHNXT5023” : DR ที่อ้างอิงกองทุน INVESCO GREAT WALL SZSE CHINEXT 50 ETF (159682) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ลงทุนตามดัชนี CHINEXT ซึ่งครอบคลุม 50 หุ้นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีน เช่น  CATL, EASTMONEY, EOPTOLINK, ZHONGJI INNOLIGHT, VGT

📌 “CNROBOAI23” : DR ที่อ้างอิงกองทุน GLOBAL X CHINA ROBOTICS AND AI ETF (2807.HK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งครอบคลุมหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Robotics และ AI ชั้นนำของจีน เช่น Baidu, Shenzhen Inovance Technology, Horizon Robotics, Beijing Kingsoft Office Software, iFlytek


📌 “CNSTAR5023” : DR ที่อ้างอิงกองทุน CHINAAMC STAR 50 ETF (588000) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ลงทุนตามดัชนี STAR 50 ซึ่งครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำที่มีมูลค่าใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูง 50 บริษัท บน STAR Board ของจีน เช่น Cambricon, SMIC, Montage Technology, Hygon


📌 “CNTECH01” : DR ที่อ้างอิงกองทุน CHINAAMC HANG SENG TECH INDEX ETF (3088.HK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ลงทุนตามดัชนี Hang Seng TECH ซึ่งครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีจีนขนาดใหญ่ 30 บริษัท เช่น  Alibaba, Tencent, Meituan, Xiaomi บริหารโดย ChiaAMC


📌 “HKTECH13” : DR ที่อ้างอิงกองทุน HANG SENG TECH INDEX ETF (3032.HK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ลงทุนตามดัชนี Hang Seng TECH ซึ่งครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีจีนขนาดใหญ่ 30 บริษัท เช่น  Xiaomi, Alibaba, BYD, Tencent บริหารโดย Hang Seng


📌 “SPTECH80” : DR ที่อ้างอิงกองทุน THE TECHNOLOGY SELECT SECTOR SPDR FUND (XLK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (NYSE Arca) ลงทุนตามดัชนี Technology Select Sector Index ซึ่งเป็นดัชนีย่อยของ S&P 500 ครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจาก AI เช่น Apple, Microsoft, Nvidia


📌 “STAR5001” : DR ที่อ้างอิงกองทุน PREMIA CHINA STAR50 ETF (3151.HK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ลงทุนตามดัชนี STAR 50 ซึ่งครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำที่มีมูลค่าใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูง 50 บริษัท บน STAR Board ของจีน เช่น SMIC, Cambricon, Hygon, Montage Technology, AMEC, Kingsoft Office


📌 “TAIWANAI13” : DR ที่อ้างอิงกองทุน KGI TAIWAN PREMIUM SELECTION AI 50 ETF (00952.TW) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ลงทุนตามดัชนี AI 50 Index ซึ่งครอบคลุม 50 บริษัทไต้หวันที่มีรายได้หลักจากธุรกิจ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น TSMC, MediaTek, Wistron, Quanta Computer, Delta Electronics


📌 “WORLD03” : DR ที่อ้างอิงกองทุน GLOBAL X INNOVATIVE BLUECHIP TOP 10 ETF (3422.HK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งครอบคลุมหุ้นนวัตกรรมขนาดใหญ่ระดับโลก 10 บริษัท เช่น Apple, Microsoft, NVIDIA, Tesla, Alphabet (Google)

 

⚙️ Semiconductor
เซมิคอนดักเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งความต้องการชิปเติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล


📌 “ASEMI24” : DR ที่อ้างอิงกองทุน Global X Asian Semiconductor ETF (3119.HK) จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งครอบคลุมหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำในเอเชีย ทั้งจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เช่น SAMSUNG, TSMC, SK HYNIX, MEDIATEK


📌 “CNSEMI23” : DR ที่อ้างอิงกองทุน GLOBAL X CHINA SEMICONDUCTOR ETF (3191.HK) จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมชิปของจีนทั้งห่วงโซ่ เช่น NAURA, GigaDevice, SMIC, BOE, Montage

 

🪙 Gold
ราคาทองคำมักปรับตัวขึ้นท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวน เห็นได้จากสงครามทางภูมิศาสตร์ หรือสงครามการค้า


📌 “GOLD03” : DR ที่อ้างอิงกองทุน SPDR Gold Trust ETF (2840.HK) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งลงทุนในทองคำแท่งโลก


📌 “GOLD19” : DR ที่อ้างอิงกองทุน SPDR Gold Shares ETF (GSD.SI) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ซึ่งลงทุนในทองคำแท่งโลก


📌 “GOLDUS19” : DR ที่อ้างอิงกองทุน SPDR Gold Shares ETF (GLD) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ NYSE ซึ่งลงทุนในทองคำแท่งโลก

20260209-SET-DR-Satellite-PhotoAlbum4_P3

🛢️ Energy
ธีมพลังงานที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในภาคการขนส่ง อุตสาหกรรมหนัก ที่ยังคงมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

📌 “SPENGY80” : DR ที่อ้างอิงกองทุน THE ENERGY SELECT SECTOR SPDR FUND (XLE) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (NYSE Arca) ลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานของดัชนี S&P 500 ซึ่งครอบคลุมบริษัทกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ และพลังงานรายใหญ่ เช่น Exxon Mobil, Chevron, ConocoPhillips


📌 “OIL03” : DR ที่อ้างอิงกองทุน GLOBAL X S&P CRUDE OIL FUTURES ENHANCED ER ETF (3097.HK)

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ลงทุนตามดัชนี S&P Crude Oil Enhanced Index ผ่านสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ โดยออกแบบมาเพื่อเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลก

 

🔋 EV และ Battery
เมกะเทรนด์พลังงานสะอาด ที่ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เหมาะกับการคว้าโอกาสการเปลี่ยนผ่านจากน้ำมันสู่ไฟฟ้า

📌 “CNEV24” : DR ที่อ้างอิงกองทุน Global X EV and Battery (2845.HK) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ลงทุนตาม Solactive China Electric Vehicle and Battery ซึ่งครอบคลุม 30 บริษัทในตลาด A-Shares และ H-Shares ที่เป็นห่วงโซ่กลุ่ม EV และแบตเตอรี่ของจีน เช่น CATL, BYD, ZHEJIANG SANHUA INTELLIGEN, SHENZHEN INOVANCE

 

📞 Communication

อุตสาหกรรมสื่อสารและแพลตฟอร์มดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วโลก ขับเคลื่อนรายได้จากฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก การใช้ข้อมูล และระบบโฆษณาออนไลน์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

📌 “SPCOM80” : DR ที่อ้างอิงกองทุน THE COMMUNICATION SERVICES SELECT SECTOR SPDR FUND (XLC) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (NYSE Arca) ลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อสารของดัชนี S&P 500 ซึ่งรอบคลุมบริษัทสื่อโซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มดิจิทัลของสหรัฐฯ เช่น Meta, Alphabet (Google), Warner Bros.

💪 Bio Tech & Healthcare
อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพจากความต้องการด้านการรักษาและการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และการวิจัยนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง

📌 “CNBIO24” : DR ที่อ้างอิงกองทุน Global X China Biotech (2820.HK) จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ลงทุนตามดัชนี Solactive China Biotech ซึ่งครอบคลุมกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ เภสัชกรรม การวิจัย-พัฒนา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชั้นนำของจีน เช่น WuXi Biologics, WuXi AppTec, BeOne Medicines

📌 “SPHLTH80” : DR ที่อ้างอิงกองทุน THE HEALTH CARE SELECT SECTOR SPDR FUND (XLV) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (NYSE Arca) ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Health Care ของดัชนี S&P 500 ซึ่งครอบคลุมบริษัทเภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ และอุปกรณ์การแพทย์ เช่น Eli Lilly, Johnson & Johnson, AbbVie


💵 Financial
ภาคการเงินที่ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของระบบเศรษฐกิจและตลาดทุน ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของธุรกิจ การลงทุน และกิจกรรมทางการเงินที่หมุนเวียนในระบบ

📌 “SPFIN80” : DR ที่อ้างอิงกองทุน THE FINANCIAL SELECT SECTOR SPDR FUND (XLF) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (NYSE Arca) ลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อสารของดัชนี S&P 500 ซึ่งครอบคลุมหุ้นบริษัทการเงินและธนาคารของสหรัฐฯ เช่น JPMorgan, Goldman Sachs


📌 “VNFIN24” : DR ที่อ้างอิงกองทุน SSIAM VNFIN LEAD ETF (FUESSVFL VN) จดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนาม ลงทุนตามดัชนี VNFIN LEAD ซึ่งครอบคลุมบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการเงินเวียดนาม เช่น VPBank, Techcombank, MB Bank, Sacombank

 

หมายเหตุ

- DR (Depositary Receipt) เป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ

- ข้อมูล ณ สิ้น ปี 2025

- ข้อมูลที่ปรากฏนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยการอิงกับไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Based) หรือกระแส (Trend) อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว รวมทั้งไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี

- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

#SET #DR #DepositaryReceipt #ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ #ลงทุนต่างประเทศ #SETThailand #หุ้นนอก

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน