ส่องเทรนด์และภาพรวมเศรษฐกิจรับปีม้า 2026

โดย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
5 Min Read
16 มกราคม 2569
1.078k views
BROKER VER3_C-01_0
In Focus

กลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทย ปี 2026 : ปีม้า “ตีนปลาย” ตลาดหุ้นไทยปี 2026 แม้ออกตัวช้าในช่วงครึ่งปีแรกจากสุญญากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่มีโอกาสเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการลงทุนใน Data Center คงเป้าหมายดัชนีปลายปีที่ 1,440 จุด

202601-Investment-outlook-2026-970x250

ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2026: ครึ่งแรกซึม ครึ่งหลังฟื้น

ช่วงต้นปี เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจาก Policy gap ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐต่ำกว่าปกติราว 30–40% ผนวกผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้เศรษฐกิจใน ไตรมาส 1–2 อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม คาดมาตรการกระตุ้นในประเทศจะกลับมาเร่งช่วง ปลายไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 หากการจัดตั้งรัฐบาลราบรื่น โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนในกลุ่ม ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ นโยบายการเงินที่ยังผ่อนคลาย รวมถึงการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมโลก ซึ่งจะหนุนเศรษฐกิจชัดเจนใน ครึ่งปีหลัง

ทิศทางของอุตสาหกรรมในไทย

ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้การฟื้นตัวเป็นลักษณะ K-Shaped เติบโตเด่นเฉพาะบางกลุ่ม โดยเฉพาะ ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ จากเงินลงทุนต่างประเทศ (FDI) สะท้อนจากคำขอและการอนุมัติ BOI ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ ไตรมาส 3 ปี 2024 ถึง 9 เดือนแรกปี 2025 โดยจำนวนโครงการเพิ่ม 23% YoY และมูลค่าเงินลงทุนเพิ่ม 94% YoY ซึ่งเม็ดเงินลงทุนมักทยอยเข้าหลังการอนุมัติราว 1 ปี คาดหนุนการลงทุนภาคเอกชนในช่วง ปี 2026–2027

ด้าน การท่องเที่ยว ผ่านจุดต่ำสุดใน ไตรมาส 2 ปี 2025 และเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ ไตรมาส 4 ปี 2025 ต่อเนื่องถึงปี 2026 โดยคาดนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็นราว 34 ล้านคนในปี 2026 จาก 33.0 ล้านคนในปี 2025 ขณะที่ความต้องการสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น เซมิคอนดักเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ยังแข็งแกร่ง แม้การส่งออกโดยรวมอาจชะลอลง ในทางกลับกัน ธุรกิจที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศยังถูกจำกัดจาก หนี้ครัวเรือนระดับสูง และ งบกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงงบลงทุนภาครัฐที่จำกัด

กลยุทธ์การลงทุน 4 กลุ่มเด่นปี 2026

BLS Research แนะนำให้เน้นการลงทุนในหุ้น “กำไรชัด-ปันผลสูง” ที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มการลงทุนดังนี้

 

1) กลุ่มโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่

ได้แรงหนุนจากการลงทุน Data Center และ Digital Transformation หลัง BOI อนุมัติโครงการต่อเนื่อง หนุนความต้องการไฟฟ้า โครงข่าย และสื่อสาร

หุ้นเด่น: WHAUP, GULF, ADVANC, GUNKUL

2) กลุ่มกำไรเติบโต แม้มีสุญญากาศนโยบาย

หุ้นคุณภาพสูง รายได้มั่นคง ทนทานต่อเศรษฐกิจชะลอ เช่น ค้าปลีกจำเป็น ห้าง และท่องเที่ยว–สนามบิน

หุ้นเด่น: CPN, CENTEL, AOT

3) กลุ่มหุ้นปันผลคุณภาพสูง

เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจโตต่ำ จาก Dividend yield gap เทียบพันธบัตร 10 ปีที่ยังสูง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและสื่อสาร

หุ้นเด่น: KTB, SCB

4) กลุ่มเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกฟื้น

อานิสงส์จากวัฏจักรอุตสาหกรรมโลกฟื้น และความต้องการสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ยังแข็งแกร่ง

หุ้นเด่น: PTTGC, SCC, ITC

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน