จับทิศลงทุนปี 2026 ด้วยกลยุทธ์ Cross Asset

โดย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
5 Min Read
16 มกราคม 2569
1.897k views
BROKER VER1_A-03_0
In Focus

ในปี 2026 BLS Wealth Research ประเมินว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี จากกำไรภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง วัฏจักรการลดอัตราดอกเบี้ยของประเทศหลัก และการเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง แม้ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างยังมีน้ำหนักมากกว่าในภาพรวม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชีย มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนโดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีในจีน และตลาดหุ้นอินเดีย ที่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวและการลงทุนด้านนวัตกรรม

202601-Investment-outlook-2026-970x250

กลยุทธ์ตลาดหุ้นไทย : ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป

ตลาดหุ้นไทยปี 2026 ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายในระยะสั้น และการลงทุนภาครัฐที่ยังอ่อนแอในช่วงครึ่งแรกของปี อย่างไรก็ตาม แรงหนุนสำคัญยังมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชนในธีม Data Center และ Digital Transformation ซึ่งคาดเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี โดยคงเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปีที่ประมาณ 1,440 จุด

เศรษฐกิจเวียดนาม : โตชะลอ แต่ยังโดดเด่นในเอเชีย

ช่วงปลายปี 2025 เศรษฐกิจเวียดนามเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอลง สะท้อนจากยอดขายรถยนต์และการ Destocking ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม การส่งออกและภาคท่องเที่ยวยังแข็งแกร่ง ช่วยพยุง GDP ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภาษีจากสหรัฐฯ สำหรับปี 2026 คาดเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตในกรอบ 6.5%–7.0%

สินทรัพย์ทางเลือก : ทองคำยังคงผันผวน

ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ สะท้อนภาพของ Supercycle จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นทั้งจากนักลงทุนและธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม หลังราคาปรับขึ้นแรงราว 70% ในปี 2025 ทองคำอาจเผชิญความผันผวนระยะสั้นจากแรงขายทำกำไร

แนวคิดการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน

กลยุทธ์ Cross Asset ปี 2026 เน้นการกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ เพื่อรับมือความผันผวนที่ยังคงอยู่ในระบบการเงินโลก โดยให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตเชิงโครงสร้าง เช่น กลุ่ม AI โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และสินทรัพย์ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงตลาดไม่แน่นอน

  • เพิ่มสัดส่วนหุ้นรวม ในทุกระดับความเสี่ยง โดย คงสัดส่วนหุ้นไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม และ เพิ่มน้ำหนักหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500, NASDAQ 100) รวมถึง หุ้นจีนกลุ่มเทคโนโลยีและอินเดีย
  • ลดสัดส่วนตราสารหนี้รวม โดย เพิ่มพันธบัตรระยะสั้น และ ลดพันธบัตรระยะยาว
  • ลดสัดส่วนสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะ ทองคำ ในทุกระดับความเสี่ยง
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน