กลยุทธ์การลงทุนก่อนเลือกตั้ง ก.พ. 69

โดย บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จํากัด (มหาชน)
5 Min Read
16 มกราคม 2569
1.727k views
BROKER VER3_C-02_0
In Focus

ปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยในปี 68 คือ 1) ม.ภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าไทยจากสหรัฐที่ขู่จะเก็บในอัตรา 36% 2) ปัญหาพรมแดนไทย – กัมพูชา 3) เสถียรภาพการเมืองไทยที่รอผลการเลือกตั้งใหม่ใน ก.พ.69 4) กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่โมเมนตัมของ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติยังเน้นลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียเหนือมากกว่าหุ้นวัฏจักรในตลาดอาเซียน

202601-Investment-outlook-2026-970x250

ดัชนี SET ปี 68 -10.0% YoY ต่างชาติขาย 1.07 แสน ลบ. สถาบันขาย 3.79 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1.35 หมื่น ลบ. และรายย่อยซื้อ 1.58 แสน ลบ. YoY โดยปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยในปี 68 คือ 1) ม.ภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าไทยจากสหรัฐที่ขู่จะเก็บในอัตรา 36% 2) ปัญหาพรมแดนไทย – กัมพูชา 3) เสถียรภาพการเมืองไทยที่รอผลการเลือกตั้งใหม่ใน ก.พ.69 4) กำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่โมเมนตัมของ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติยังเน้นลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียเหนือมากกว่าหุ้นวัฏจักรในตลาดอาเซียน

ส่วนภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 69 สถาบันวิจัยเศรษฐกิจหลัก ๆ คาดมีโอกาสเติบโตในระดับต่ำกว่า 2% สาเหตุมาจากภาคส่งออกที่คาดจะชะลอตัว หลังประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ได้เร่งสต็อคสินค้าในช่วงปีที่ผ่านมา แต่คาดจะได้ปัจจัยหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้คาดที่ 35 ล.คน +6% YoY และการลงทุนภาคเอกชนคาดจะเริ่มดีขึ้นหลังได้รัฐบาลใหม่ โดยปัจจัยเสี่ยงยังต้องระวัง คือ ภาวะสงครามการค้า, ปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินดัชนี SET ในช่วง ม.ค. – ก.พ. 69 มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,210 – 1,335 บนสมมุติฐาน EPS(F) 69 จาก Bloomberg Consensus ที่ 95.4 +7.1% YoY และเทรดในกรอบ Forward P/E 12.7 – 14.0 X (บนค่าเฉลี่ย Forward P/E ย้อนหลัง 3 ปี +/- 0.5 SD.) โดยปัจจัยที่ผลต่อดัชนีมากทีสุด คือ ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งจากสถิติ 9 ครั้งของผลตอบแทนของ SET หลังการยุบสภา ฯ 3 เดือนดัชนี SET ปรับขึ้นเฉลี่ย +5.6% หลังได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นจึงแนะนำทยอยซื้อสะสมหุ้นก่อนทราบผลการเลือกตั้งใน ก.พ. เช่น

 

  • กลุ่มอัตราเงินปันผลสูง เช่น SCB,KTB,PTT,PTTEP
  • กลุ่มได้ประโยชน์ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เช่น SAWAD,MTC,,AP
  • กลุ่มท่องเทียวในช่วง High Season เช่น AOT,BA,MINT,CENTEL
  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center เช่น GULF, ADVANC, TRUE, AMATA, WHA, STECON
  • กลุ่มปิโตรเคมี & บรรจุภัณฑ์ เช่น SCGP,PTTGC,IVL ที่คาดกำไรมีโอกาสฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน

 

ส่วนหลักทรัพย์ต่างประเทศนั้น ทางฝ่ายวิเคราะห์แนะนำลงทุนใน Theme หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐ & จีน เช่น NETEASE80 เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเกมส์รายใหญ่ของจีน,  CATL80 โดย เลือกจากการเป็นผู้นำธุรกิจแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่คาดว่าจะเติบโตตามอุตสาหกรรมรถอีวี ซึ่งแม้ว่า ลูกค้าหลักจะเป็นผู้ผลิตรถจีน(เช่น BYD) และ GOOG80 โดย เลือกจากการเป็นบริษัที่มี Core Revenue เข้มแข็งในด้านค้นหาและโฆษณา(Google, Youtube) ขณะที่ Recurring Income ยังเติบโตได้(เช่น Youtube Premium Subscription)

สำหรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุน  25% ลงทุนหุ้นไทย / 25% ลงทุน DR ต่างประเทศ / 30% ตราสารหนี้ไทย – ตปท. / 10% กองทุน REIT / 5% ทองคำ / 5% สินทรัพย์ดิจิทัล

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน