Turnaround factors หุ้นไทยฟื้นตัวได้ใน 2-3 เดือนข้างหน้า

โดย บริษัท หลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จํากัด
5 Min Read
16 มกราคม 2569
1.809k views
BROKER VER3
In Focus

ตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปี 2025 อยู่ในภาวะ “ถูกและถูกทิ้ง” จากทั้งมุมมอง Valuation และสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัจจัยเชิงมหภาค การเงิน และการเมืองร่วมกัน พบว่ามี Turnaround factors หลายประเด็นที่อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวได้ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า

202601-Investment-outlook-2026-970x250
บทสรุปผู้บริหาร: ตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปี 2025 อยู่ในภาวะ “ถูกและถูกทิ้ง” จากทั้งมุมมอง Valuation และสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัจจัยเชิงมหภาค การเงิน และการเมืองร่วมกัน พบว่ามี Turnaround factors หลายประเด็นที่อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวได้ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า แม้จะไม่ใช่การกลับเข้าสู่ขาขึ้นระยะยาว แต่เพียงการ “Re-rating จากฐานต่ำ” ก็เพียงพอที่จะสร้างผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญในเชิง Tactical Allocation
 
เราคาดการณ์การไต่ระดับสูงขึ้นของตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 จากระดับพื้นล่างที่มี Valuation ต่ำ ไปสู่ระดับด้านบนซึ่งบางช่วงบางเวลาอาจทะลุผ่านระดับค่าเฉลี่ยของ Valuation ในมิติต่างๆขึ้นไปได้ เหตุผลสนับสนุนมุมมองของเรามุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ต่างๆภายในประเทศเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการ Turnaround ขึ้นมาของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนต่างๆจากจุดต่ำสุด Multiple ในตลาดที่จะได้รับการ Re-rated จากความเป็นไปได้ของการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ไม่นับรวมกับปัจจัยการเลือกตั้งใหม่ที่รออยู่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งน่าจะช่วยปลุกความคาดหวังทางเศรษฐกิจ และเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้บ้าง
 
ในฝั่งของปัจจัยต่างประเทศนั้น ประเมิน Upside risk ของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะปริมาณการค้าขายระหว่างประเทศมีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯภายใต้กฎหมาย IEEPA ถูกท้าทายทางกฎหมายมากขึ้น ส่วนประเด็นสภาพคล่องในตลาดโลกยังไม่มีอะไรน่ากังวล หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เพิ่งยุติโครงการการลดขนาดงบดุล (QT) ลงไป และเข้าสู่กระบวนการรักษาสภาพคล่องหรือระดับเงินสำรองผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้นที่ Active มากขึ้น แม้ว่า Fed จะส่งสัญญาณหยุดพักการลดดอกเบี้ยไว้ชั่วคราวก็ตาม
 
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาปัจจัยภายในประเทศ เช่น ธนาคาร ค้าปลีก ไฟแนนซ์ และอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ เรายังแนะนำให้น้ำหนักกับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม หลายบริษัทในกลุ่มเหล่านี้ซื้อขายด้วยมูลค่าที่อยู่ต่ำเป็นอย่างมาก และกำลังข้าสู่ช่วง High season ประกอบกับมีศักยภาพที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป เมื่อถึงจุดที่ตลาดเริ่มตระหนักว่าผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัว หุ้นเหล่านี้อาจสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ


คำแนะนำจัดสรรการลงทุน:
investhow- investment- outlook-tinity-2026-1
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน