จับเทรนด์เศรษฐกิจ ปรับพอร์ตปีใหม่

โดย SET
5 Min Read
18 ธันวาคม 2568
2.672k views
จับเทรนด์_1200x660-01
In Focus

รากฐานของพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่ง ไม่ได้อยู่ที่การเลือกหุ้นถูกตัวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ “อ่านเกมเศรษฐกิจโลก” ที่จะทำให้ยืนได้ในระยะยาว

        เพราะเมื่อเราเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคเราจะมองเห็นโอกาสได้กว้างกว่าเดิม รู้ทันว่าทิศทางลมเศรษฐกิจของแต่ละประเทศกำลังพัดไปทางไหน เงินทุนจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์กลุ่มใดและมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องเลี่ยง การเริ่มต้นด้วยความเข้าใจนี้จะช่วยให้เราปรับพอร์ตรับมือได้ทุกสถานการณ์และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น ก่อนจะไปจัดพอร์ตรับปี 2569 
มาเริ่มต้นกันที่.. “รู้แนวโน้มเศรษฐกิจโลก” กันก่อนดีกว่า !

🌍 สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีหน้า "ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง" โดยคาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ระดับประมาณ 3.1% ซึ่งใกล้เคียงกับปีนี้ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Markets) ที่ยังคงรักษาระดับการขยายตัวได้ดี

ต่อกันที่.. ฝั่งของ “ประเทศคู่ค้าหลักของไทย” กันบ้าง

🇺🇸 สหรัฐฯ
ในปีหน้านี้ยังคงขยายตัวได้ที่ 2.1% แม้จะชะลอตัวลงบ้างจากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2% อันเนื่องจากเศรษฐกิจค่อนข้าง Resilient ทำให้แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐ ฯ แต่ว่า Growth ก็ยังขยายตัวได้ดีอยู่

🇪🇺 ยุโรป & 🇯🇵 ญี่ปุ่น
ยังคงขยายตัวได้ในปีหน้า ทั้งนี้ยังคงต้องระมัดระวัง เพราะทั้งสองกลุ่มนี้ยังมีปัจจัยหลายประการที่ต้องติดตาม ทั้งเรื่องการปรับโครงสร้างภายในประเทศ และความต้องการของคนในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

🇨🇳 จีน
มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง คาดว่าในปีหน้าเศรษฐกิจจะโตได้ที่ประมาณ 4.2% โดยมีกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ และปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยกดดันตลาด


🌏 เอเชีย
คาดว่าเศรษฐกิจยังคงเติบโต แต่ชะลอลงเล็กน้อย โดยในปีหน้าคาดว่าจะเติบโตได้อยู่ที่ 3.3% จากปีนี้ที่ 3.5%

ต่อกันที่บ้านเรา 🇹🇭 สำหรับตลาดหุ้นไทย เวลานี้คงต้องยอมรับว่ายังเผชิญแรงกดดันหลายปัจจัย ที่ทำให้ SET Index ยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,300 จุดได้อย่างแข็งแรง แต่หากสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มนิ่งและชัดเจนขึ้น ก็อาจมีโอกาสเห็นดัชนีกลับไปยืนที่ระดับ 1,400 จุดอีกครั้งได้

          โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีลักษณะการเติบโตแบบ "ชะลอตัวในระยะแรก และเร่งตัวขึ้นในระยะหลัง" โดยในช่วงครึ่งปีแรก อาจเห็นตัวเลข GDP ชะลอลงจากผลกระทบของฐานการส่งออกที่เร่งตัวขึ้นสูงในปี 2568 ประกอบกับแรงกดดันจากมาตรการกำแพงภาษี (Tariff) ของสหรัฐฯ ที่ยังต้องรอความชัดเจน

ทั้งนี้สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในระดับกว่า 2% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ "อุปสงค์ภายในประเทศ" จากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน จากการปรับตัวเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
ยังก็มีปัจจัยที่ผู้ลงทุนต้องติดตาม ซึ่งจะมีผลต่อการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็น
 
  1. ภาคการส่งออกสินค้า
แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวและอาจหดตัวเล็กน้อยที่ระดับ -1% สาเหตุหลักมาจาก "ผลกระทบของฐานสูง" ในปี 2568 ที่มีการเร่งส่งออกสินค้า ไปล่วงหน้าค่อนข้างมาก ประกอบกับแรงกดดันจากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
 
"กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์" เป็นกลุ่มสำคัญที่ช่วยพยุงภาคการส่งออกให้ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังต้องติดตามความเสี่ยงสำคัญ 2 เรื่อง คือ ความชัดเจนในการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และมาตรการ Transshipment ว่าจะมีความเข้มงวดมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางการส่งออกในปีหน้า
 
  1. ภาคการท่องเที่ยว
ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้าว่า จะขยับขึ้นไปแตะระดับ 35 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ประมาณการไว้ 33 ล้านคน โดยแรงส่งสำคัญของการเติบโตจะมาจาก "กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล" เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง และมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่านักท่องเที่ยวระยะใกล้ถึง 1.7 เท่า
 
ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องสู่ระดับ 12.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 11.9 ล้านคนในปีนี้ ส่งผลให้กลุ่มนี้กลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนรายได้ เข้าสู่ภาคบริการของไทยในปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
 
  1. ภาคการบริโภคและการลงทุน
สำหรับ “การลงทุนภาคเอกชน” ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับยอดการออกบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าเม็ดเงินเหล่านี้จะเริ่มทยอยลงทุนจริงในระยะข้างหน้า
 
ในขณะที่ "การบริโภคภาคเอกชน" ภาพรวมยังคงขยายตัวได้ดี แม้ว่าอาจจะเห็นสัญญาณการชะลอตัวลงบ้างในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ไม่จำเป็นไปบ้างก็ตาม

 
       อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพการฟื้นตัวยังคงมีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ ภาคการผลิตและ SMEs ที่ความสามารถในการแข่งขันลดน้อยลง อีกหนึ่งสัญญาณที่ต้องจับตาคือ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ที่คาดว่าจะอยู่ระดับต่ำเพียง 0.5% ในปีหน้า ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องติดตามต่อไป
และทั้งหมดนี้คือภาพฉายแนวโน้มเศรษฐกิจเพื่อให้ผู้ลงทุนวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางกระแสลมที่กำลังผันผวน


สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการฟังคลิปฉบับเต็ม ได้ที่ : www.facebook.com/set.or.th/videos/835644992713478
 
#SET #investnow #investhow #ลงทุน #Investor #SETThailand #เทรนด์เศรษฐกิจ #เศรษฐกิจโลก
portfolio-guide-2025-2
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน