ในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปี 2026 สภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งจากเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทมหาศาล ค่าครองชีพของคนไทยที่แพงขึ้น เงินเฟ้อทั่วโลกที่อยู่ในระดับที่สูง การลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่แค่เป็น "งานอดิเรก" เพื่อหากำไรในระยะสั้น ๆ แต่การลงทุนอาจช่วยให้เราสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ นอกเหนือจากรายได้ประจำที่อาจไม่มั่นคงอีกต่อไป
สิ่งแรกที่นักลงทุนต้องตระหนักคือ เราไม่ได้อยู่ในโลกใบเดิมอีกต่อไป โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก 2 ประการ เศรษฐกิจแบบ K-Shaped และความเหลี่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น หากพูดถึงการลงทุนในสหรัฐฯ เรากำลังลงทุนในเศรษฐกิจที่มีความเหลื่อมล้ำของการเติบโตชัดเจนเหมือน "รูปตัว K" นั่นคือ
ดังนั้น หากเราเลือกลงทุนในบริษัทที่เป็น Old economy เราจะเห็นว่า ผลตอบแทนเราแทบจะเป็นศูนย์หรือติดลบ ในขณะที่หากเราเลือกลงทุนในบริษัทที่ผู้นำในด้านเทคโนโลยี หรือมีการใช้เอไอ เราจะได้ผลตอบแทนที่ดีมาต่อเนื่องตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวมา การเลือกลงทุนในบริษัทให้ถูกเมกะเทรนด์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มักต้องการรวยเร็ว Howard Marks ให้บทเรียนราคาแพงว่า "อย่าพยายามเป็นฮีโร่" เขาเปรียบเทียบการลงทุนที่ดีเหมือนร้านอาหารโปรดของเขา คือ "อาหารดีเสมอ (Good), ยอดเยี่ยมเป็นบางครั้ง (Great), แต่ไม่เคยรสชาติแย่ (Never Terrible)" ความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ ไม่ใช่ความฟลุ๊ค
ความสม่ำเสมอของผลตอบแทนสำคัญมาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้ที่ได้ผลตอบแทนมากที่สุด แต่ในระยะยาว เราอาจจะกลายเป็นผู้ที่มีผลตอบแทนสะสมที่สูงกว่าผู้อื่น นี้คือ ความมหัศจรรย์ของการเป็น Quartile ที่ 2 Howard Marks เล่าถึงลูกค้าคนหนึ่งที่ผลตอบแทนการลงทุนเกาะกลุ่ม "ค่าเฉลี่ยค่อนไปทางดี" (2nd Quartile) มาตลอด 14 ปี ไม่เคยเป็นที่ 1 เลยสักปี แต่เมื่อจบ 14 ปี ผลตอบแทนสะสมของเขากลายเป็น Top 4% แรกของตลาด เพราะเขาไม่เคยทำพลาดจนพอร์ตพัง
ดังนั้น การที่เราไม่ได้ผลตอบแทนที่โดดเด่น แต่พยายามรักษาผลตอบแทนให้อยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเวลาตลาดปรับตัวขึ้น พอร์ตของเราอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นมากกว่าตลาด หรือ “Outperform” ตลาด แต่เมื่อตลาดปรับตัวลงแรงๆ พอร์ตของเราไม่ได้ปรับตัวลงจนทำให้เงินต้นเราหาย หรือพอร์ตเราขาดทุน นี้คือหัวใจของความสำเร็จระยะยาว
การรักษาเงินต้นและทำกำไรสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ ดังนั้น เป้าหมายของคุณไม่ควรเป็นการหา "หุ้นเด้ง" ที่เสี่ยงสูง แต่คือการพยายามรักษาผลตอบแทนของเราให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ และพยายามไม่ขาดทุน เพราะว่า ตามหลักคณิตศาสตร์ การขาดทุนหนัก 50% ต้องใช้กำไรถึง 100% เพื่อกลับมาเท่าเดิม
ในยุคที่ AI กำลังเป็นกระแสหลัก นักลงทุนต้องระวังภาพลวงตาของการเติบโต ต้องแยกให้ออกระหว่างบริษัทที่ได้ประโยชน์จริง มีกระแสเงินสดจริง กับบริษัทที่เพียงแค่เกาะกระแสแต่ไม่มีพื้นฐานรองรับ เพราะในสภาวะที่ดอกเบี้ยสูง "ความฝัน" มีราคาแพงกว่า "ความจริง" เสมอ ในยุคที่ AI กำลังเป็นที่พูดถึงในทุกอุตสาหกรรม นักลงทุนต้องรอบคอบที่จะตรวจสอบ บริษัทที่ตนเองต้องการลงทุน และทำความเข้าใจพื้นฐานบริษัท ก่อนที่จะลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและเอไอ
ปี 2026 เป็นปีที่เราต้องมีวินัยการลงทุน เป็นปีของความระมัดระวัง และไม่ใช่ปีแห่งการเดิมพันหมดหน้าตัก หรือ All In เราเชื่อว่าปี 2026 จะเป็นปีแห่งการ “Selective” นักลงทุนต้องเป็น นักเลือก และนักกลั่นกรอง เน้นคุณภาพของบริษัท และยืนระยะให้ยาวนานที่สุด ผู้ที่อยู่รอดในตลาดได้นานพอ คือผู้ชนะที่แท้จริง