เตรียมพอร์ตให้พร้อมก่อนปี 2026 รอดให้ได้ในยุค AI และเศรษฐกิจรูปตัว K

โดย มทินา วัชรวราทร CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ. กสิกรไทย
3 Min Read
18 ธันวาคม 2568
662 views
TSI-Article-726-Inv-Thumbnail_prepare-portfolio-2026-ai-k-shaped-economy
Highlights
  • เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่การเติบโตแบบ "K-Shaped" ที่เน้นความเหลื่อมล้ำ โดยกลุ่มเทคโนโลยีและ AI คือ "ขาขึ้น" ที่ขับเคลื่อนตลาด นักลงทุนจึงต้องลงทุนให้ถูกเมกะเทรนด์เพื่อเลี่ยงผลตอบแทนที่ติดลบในธุรกิจดั้งเดิม

  • ความสำเร็จระยะยาวมาจากการรักษาผลตอบแทนให้สม่ำเสมอ และ ไม่ทำขาดทุนหนัก (เพราะการขาดทุน 50% ต้องใช้กำไรถึง 100% เพื่อกลับมาเท่าเดิม) จึงต้องใช้ วินัย (Discipline) และ การกระจายความเสี่ยง (Diversification) เพื่อปกป้องเงินต้นเมื่อเกิด Market Correction

  • ปี 2026 เป็นปีที่ต้องเป็น นักเลือก (Selective) ต้องแยกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก AI จริง มี กระแสเงินสดจริง ออกจากบริษัทที่เพียงแค่เกาะกระแส เพราะในยุคดอกเบี้ยสูง "ความฝัน" มีราคาแพงกว่า "ความจริง" เสมอ

ในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปี 2026 สภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งจากเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทมหาศาล ค่าครองชีพของคนไทยที่แพงขึ้น เงินเฟ้อทั่วโลกที่อยู่ในระดับที่สูง การลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่แค่เป็น "งานอดิเรก" เพื่อหากำไรในระยะสั้น ๆ แต่การลงทุนอาจช่วยให้เราสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ นอกเหนือจากรายได้ประจำที่อาจไม่มั่นคงอีกต่อไป

สรุป 3 บทเรียนสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มจัดพอร์ตการลงทุน

1. เข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐ การขยายตัวของเศรษฐกิจแบบ "รูปตัว K" และ "จุดเปลี่ยนแห่งยุค"

สิ่งแรกที่นักลงทุนต้องตระหนักคือ เราไม่ได้อยู่ในโลกใบเดิมอีกต่อไป โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก 2 ประการ เศรษฐกิจแบบ K-Shaped  และความเหลี่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น  หากพูดถึงการลงทุนในสหรัฐฯ เรากำลังลงทุนในเศรษฐกิจที่มีความเหลื่อมล้ำของการเติบโตชัดเจนเหมือน "รูปตัว K"  นั่นคือ

  • ขาขึ้น (K ด้านบน) คือกลุ่มเทคโนโลยี AI และบริษัทยักษ์ใหญ่ (เช่น Nvidia, Microsoft, Apple) กลุ่มนี้มีเงินทุนมหาศาลในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดสหรัฐฯ
  • ขาลง/ทรงตัว (K ด้านล่าง) คือเศรษฐกิจภาคครัวเรือนทั่วไป และธุรกิจดั้งเดิมที่อาจไม่ได้ประโยชน์จาก AI โดยตรง รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงซบเซา

ดังนั้น หากเราเลือกลงทุนในบริษัทที่เป็น Old economy เราจะเห็นว่า ผลตอบแทนเราแทบจะเป็นศูนย์หรือติดลบ ในขณะที่หากเราเลือกลงทุนในบริษัทที่ผู้นำในด้านเทคโนโลยี หรือมีการใช้เอไอ เราจะได้ผลตอบแทนที่ดีมาต่อเนื่องตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวมา การเลือกลงทุนในบริษัทให้ถูกเมกะเทรนด์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

2. กลยุทธ์การลงทุน เน้นการมีผลตอบแทนที่ "สม่ำเสมอ" สำคัญกว่า "ความหวือหวา"

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มักต้องการรวยเร็ว Howard Marks ให้บทเรียนราคาแพงว่า "อย่าพยายามเป็นฮีโร่" เขาเปรียบเทียบการลงทุนที่ดีเหมือนร้านอาหารโปรดของเขา คือ "อาหารดีเสมอ (Good), ยอดเยี่ยมเป็นบางครั้ง (Great), แต่ไม่เคยรสชาติแย่ (Never Terrible)" ความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ ไม่ใช่ความฟลุ๊ค

ความสม่ำเสมอของผลตอบแทนสำคัญมาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้ที่ได้ผลตอบแทนมากที่สุด แต่ในระยะยาว เราอาจจะกลายเป็นผู้ที่มีผลตอบแทนสะสมที่สูงกว่าผู้อื่น นี้คือ ความมหัศจรรย์ของการเป็น Quartile ที่ 2 Howard Marks เล่าถึงลูกค้าคนหนึ่งที่ผลตอบแทนการลงทุนเกาะกลุ่ม "ค่าเฉลี่ยค่อนไปทางดี" (2nd Quartile) มาตลอด 14 ปี ไม่เคยเป็นที่ 1 เลยสักปี แต่เมื่อจบ 14 ปี ผลตอบแทนสะสมของเขากลายเป็น Top 4% แรกของตลาด เพราะเขาไม่เคยทำพลาดจนพอร์ตพัง

ดังนั้น การที่เราไม่ได้ผลตอบแทนที่โดดเด่น แต่พยายามรักษาผลตอบแทนให้อยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเวลาตลาดปรับตัวขึ้น พอร์ตของเราอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นมากกว่าตลาด หรือ “Outperform” ตลาด แต่เมื่อตลาดปรับตัวลงแรงๆ พอร์ตของเราไม่ได้ปรับตัวลงจนทำให้เงินต้นเราหาย หรือพอร์ตเราขาดทุน นี้คือหัวใจของความสำเร็จระยะยาว

• การที่เราจะสร้างพอร์ตในลักษณะนี้ได้ เราต้องมี Discipline และ Diversification

  • Discipline การรักษาวินัยจะเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ในการลงทุนปี 2026 เนื่องจากหลายบริษัทมีมูลค่าค่อนข้างสูงแล้ว วินัยจะช่วยให้เราไม่ overpay หรือซื้อสินทรัพย์ใดๆ ในราคาที่สูงเกินพื้นฐาน วินัยจะทำให้เรา rebalance portfolio เมื่อมีสินทรัพย์ใด สินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป วินัยจะทำให้เราไม่เจ็บหนักในปีที่อาจเกิด correction ได้

  • Diversification ในปีที่ตลาดหุ้นอเมริกามูลค่าเริ่มอยู่ในระดับสูง นักลงทุนจะเริ่มมองหากการลงทุนในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากอเมริกา อย่างเช่น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน การกระจายความเสี่ยงจะช่วยเราพอร์ตเราไม่มีสินทรัพย์ใด สินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป การกระจายความเสี่ยงจะช่วยปกป้องพอร์ตของเราเมื่อเกิด market correction

• Action Plan สำหรับปี 2026

การรักษาเงินต้นและทำกำไรสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ ดังนั้น เป้าหมายของคุณไม่ควรเป็นการหา "หุ้นเด้ง" ที่เสี่ยงสูง แต่คือการพยายามรักษาผลตอบแทนของเราให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ และพยายามไม่ขาดทุน เพราะว่า ตามหลักคณิตศาสตร์ การขาดทุนหนัก 50% ต้องใช้กำไรถึง 100% เพื่อกลับมาเท่าเดิม

3. ให้ความสำคัญกับ การคัดเลือกสินทรัพย์ ระวัง "ภาพลวงตา" ของการเติบโต

ในยุคที่ AI กำลังเป็นกระแสหลัก นักลงทุนต้องระวังภาพลวงตาของการเติบโต ต้องแยกให้ออกระหว่างบริษัทที่ได้ประโยชน์จริง มีกระแสเงินสดจริง กับบริษัทที่เพียงแค่เกาะกระแสแต่ไม่มีพื้นฐานรองรับ เพราะในสภาวะที่ดอกเบี้ยสูง "ความฝัน" มีราคาแพงกว่า "ความจริง" เสมอ ในยุคที่ AI กำลังเป็นที่พูดถึงในทุกอุตสาหกรรม นักลงทุนต้องรอบคอบที่จะตรวจสอบ บริษัทที่ตนเองต้องการลงทุน และทำความเข้าใจพื้นฐานบริษัท ก่อนที่จะลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและเอไอ



เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

สรุป

ปี 2026 เป็นปีที่เราต้องมีวินัยการลงทุน เป็นปีของความระมัดระวัง และไม่ใช่ปีแห่งการเดิมพันหมดหน้าตัก หรือ All In เราเชื่อว่าปี 2026 จะเป็นปีแห่งการ “Selective” นักลงทุนต้องเป็น นักเลือก และนักกลั่นกรอง เน้นคุณภาพของบริษัท และยืนระยะให้ยาวนานที่สุด ผู้ที่อยู่รอดในตลาดได้นานพอ คือผู้ชนะที่แท้จริง


เรียนรู้วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคแบบง่าย ๆ! เจาะลึกความสัมพันธ์ของ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และ อัตราแลกเปลี่ยน พร้อมเคล็ดลับสุดสำคัญในการจับทิศทาง Fund Flow (กระแสเงินทุน) เพื่อให้คุณ เลือกประเทศลงทุน ได้อย่างมั่นใจและเพิ่มโอกาสทำกำไร กับ หลักสูตร  “มองภาพเศรษฐกิจเป็น เห็นทิศทาง Fund Flow”
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

e-Learning น่าเรียน