อยากรู้... เขาดูอะไรในกราฟหุ้น

โดย SET
5 Min Read
1 มกราคม 2564
9.082k views
TSI_73_อยากรู้... เขาดูอะไรในกราฟหุ้น
Highlights
  • ปัญหาลงทุนแล้วติดดอย มักเกิดจากการเข้าลงทุนผิดจังหวะ ซื้อขายหุ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม การทำความรู้จักมักคุ้นกับ “กราฟราคาหุ้น” จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสามารถจับจังหวะซื้อขาย หรือกำหนดกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

  • กราฟราคาหุ้นที่เราเห็นกันบ่อยๆ และนิยมใช้งาน คือ “กราฟแท่งเทียน” (Candle Stick)

  • การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในแต่ละวันจะแตกต่างกันออกไป บางช่วงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางช่วงลงต่อเนื่อง หรือบางช่วงเคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบแคบๆ ทำให้เห็นเป็นแนวโน้มต่างๆ

การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานจะทำให้รู้มูลค่าที่แท้จริง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับราคาตลาด ขณะที่การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยให้มีจังหวะในการซื้อขายที่แม่นยำขึ้น


นักลงทุนหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ เมื่อซื้อหุ้นไปแล้ว รู้สึกตัวอีกทีก็ติดอยู่บนดอยเสียแล้ว ปัญหานี้มักเกิดจากการเข้าลงทุนผิดจังหวะ ซื้อขายหุ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การทำความรู้จักมักคุ้นกับ “กราฟราคาหุ้น” ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสามารถจับจังหวะซื้อขายหรือกำหนดกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น


เริ่มจากทำความเข้าใจก่อนว่า... กราฟที่เห็นเป็นการนำราคาหุ้นในแต่ละวันมาเรียงต่อกัน ซึ่งกราฟราคาหุ้นที่นักลงทุนมักพบเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ “กราฟแท่งเทียน”


หากวันไหนราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ตัวแท่งเทียนจะเป็นแท่งโปร่ง (บางโปรแกรมใช้แท่งสีเขียว) และหากวันไหนราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด ตัวแท่งเทียนก็จะเป็นแท่งทึบ (บางโปรแกรมใช้แท่งสีแดง)


ส่วนเส้นที่อยู่ตรงหัวและท้ายแท่ง เราเรียกว่า “ไส้เทียน” บอกถึงราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดของวันนั้นๆ

TSI_Article_073_Inv_อยากรู้ เขาดูอะไรในกราฟหุ้น_01
TSI_Article_073_Inv_อยากรู้ เขาดูอะไรในกราฟหุ้น_02

เมื่อทำความรู้จักลักษณะของกราฟราคาหุ้นแล้ว ลองมาทำความเข้าใจ “การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น” กันบ้างดีกว่า


การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในแต่ละวันจะแตกต่างกันออกไป บางช่วงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางช่วงลงต่อเนื่อง หรือบางช่วงเคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบแคบๆ ทำให้เห็นเป็นแนวโน้มต่างๆ ซึ่งแนวโน้มแบ่งออกเป็น 3 แบบ

  • แนวโน้มขึ้น (Uptrend) ทิศทางการเคลื่อนที่ของราคาจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณบอกว่าราคาหุ้นกำลังขึ้น
การลากเส้นแนวโน้มขึ้น (Uptrend Line)
  • เริ่มดูจาก “จุดต่ำสุด”ของช่วงเวลาที่สนใจ
  • ลากเส้นจากจุดที่ 1 ไปยังจุดที่ 2
    โดยให้ส่วนปลายเลยจุดที่ 2 ออกไป
  • หากราคาปรับตัวถึงจุดที่ 3 เป็นสัญญาณยืนยัน “ขาขึ้น”
  • ลากเส้นคู่ขนาน เพื่อดูทิศทางการวิ่งของราคา
  • หากราคาปรับตัวลงมาใกล้ Uptrend Line อีกครั้ง จะเป็นจุดเข้า “ซื้อ” หุ้น (จุดที่ 4)
    และอาจ “ขาย” เมื่อราคาขึ้นไปถึงเส้นคู่ขนานอีกครั้ง แต่หากเชื่อว่าราคาจะขึ้นต่อ ก็ยังไม่ต้องขาย
TSI_Article_073_Inv_อยากรู้ เขาดูอะไรในกราฟหุ้น_03
  • แนวโน้มลง (Downtrend) ทิศทางการเคลื่อนที่ของราคาจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณบอกว่าราคาหุ้นกำลังลง
TSI_Article_073_Inv_อยากรู้ เขาดูอะไรในกราฟหุ้น_04
การลากเส้นแนวโน้มลง (Downtrend Line)
  • เริ่มดูจาก “จุดสูงสุด” ของช่วงเวลาที่สนใจ
  • ลากเส้นจากจุดที่ 1 ไปยัง 2
    โดยให้ส่วนปลายเลยจุดที่ 2 ออกไป
  • ณ จุดที่ 3 หากราคาหุ้นไม่สามารถข้าม
    เส้น Downtrend Line ได้ จะเป็นสัญญาณยืนยัน “ขาลง”
  • ลากเส้นคู่ขนาน เพื่อดูทิศทางการวิ่งของราคา
  • หากราคาปรับตัวขึ้นมาใกล้ Downtrend Line อีกครั้ง จะเป็นจุดในการตัดสินใจ “ขาย” หุ้น (จุดที่ 4)
  • แนวโน้มเคลื่อนที่ไปข้างๆ (Sideways) ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาจะอยู่ในกรอบแคบๆ เป็นสัญญาณบอกว่า ราคาหุ้นไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก อาจเพราะไม่มีปัจจัยบวกหรือลบมาทำให้ทิศทางเปลี่ยน
กรณีที่เป็น Sideways

ราคาค่อนข้างราบเรียบขนานไปกับพื้นราบ หากต้องการทำกำไรระยะสั้น อาจสั่ง “ซื้อ” ณ จุดที่ 6 และ “ขาย” เมื่อราคาไปแตะเส้นคู่ขนานด้านบน

TSI_Article_073_Inv_อยากรู้ เขาดูอะไรในกราฟหุ้น_05

การลากเส้นแนวโน้มและเส้นคู่ขนานจะทำให้นักลงทุนเห็นกรอบการวิ่งของราคา พูดง่ายๆ คือ เห็น “แนวรับ” และ “แนวต้าน” ของหุ้นในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไปหากราคาหุ้นวิ่งทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้านนี้ไปได้ ราคาก็มักจะไปต่อในทิศทางนั้นอย่างมีนัยสำคัญ เส้นที่เคยเป็นแนวรับก็จะกลายเป็นแนวต้าน และเส้นเคยเป็นแนวต้านก็จะกลายเป็นแนวรับ

TSI_Article_073_Inv_อยากรู้ เขาดูอะไรในกราฟหุ้น_06

ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ ในชีวิตการลงทุนจริงยังมีเครื่องมือทางเทคนิคอีกมากมาย นักลงทุนควรหมั่นศึกษาและฝึกใช้งานบ่อยๆ เพื่อให้สามารถจับจังหวะลงทุน ดูสัญญาณซื้อขายหุ้นได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้... โอกาสที่จะเข้าลงทุนผิดจังหวะก็จะน้อยลงแล้ว


สำหรับใครที่สนใจอยากมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟเทคนิคและจังหวะในการลงทุน ทั้งจุดซื้อ จุดขาย และจุดทำกำไร และจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร “ลงทุนหุ้นมั่นใจ ต้องเข้าใจกราฟเทคนิค” ฟรี!!! >> คลิกที่นี่

แท็กที่เกี่ยวข้อง: