มือใหม่หัดลงทุนสไตล์รายวัน

โดย SET
3 Min Read
25 ธันวาคม 2563
15.144k views
TSI_Article_071_Inv_Thumbnail
Highlights
  • การซื้อขายหุ้นแบบระยะสั้นถึงสั้นมาก (Trading) นักลงทุนต้องมีสติ ไม่ใช่อารมณ์ พยายามควบคุมสมาธิให้อยู่ในเกมของเรา และลงทุนไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้

  • นักลงทุนที่ชื่นชอบการซื้อขายระยะสั้น มักจะเลือกหุ้นที่มี “ปริมาณการซื้อขายสูง” และ “ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง” เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถขายหุ้นได้ในเวลาและราคาที่ต้องการ รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวของราคาที่กว้างมากพอที่จะสร้างกำไรได้ในระหว่างวัน

  • กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นๆ มีหลายแบบ นักลงทุนต้องเลือกให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของตนเอง

ปัจจุบันมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบการซื้อขายหุ้นแบบระยะสั้นถึงสั้นมาก (Trading) ซึ่งอาศัยความผันผวนขึ้นลงของราคาหุ้นในช่วงสั้นๆ เป็นโอกาสในการแสวงหากำไร


แน่นอนว่า... การลงทุนแบบนี้มีโอกาสทำกำไรได้ดีกว่าและเร็วกว่าการลงทุนระยะยาว เพียงแค่ราคาหุ้นขยับเพิ่มขึ้นไปไม่กี่ช่องก็สามารถทำกำไรได้มากมาย แต่มองอีกด้านหนึ่งหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา นักลงทุนก็มีความเสี่ยงสูงและมีโอกาสขาดทุนมากด้วยเช่นกัน


ก่อนการลงทุนแบบนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นักลงทุนจะต้องศึกษากฎ กติกา วางแผนการลงทุน และกลยุทธ์ต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ และนี่คือ... กลยุทธ์การลงทุนแบบรายวันฉบับมือใหม่


มีสติก่อนออกสตาร์ท


นักลงทุนต้องมีสติ ไม่ใช่อารมณ์
เพราะขณะที่จ้องหน้าจออยู่นั้น เชื่อเถอะว่า... “ความโลภ” และ “ความกลัว” จะเข้าครอบงำ หากจิตใจอ่อนแอ ตัดสินใจลงทุนตามจิตวิทยาตลาด ย่อมทำให้ท่านขาดทุน ดังนั้น จงมีสติ ควบคุมสมาธิให้อยู่ในเกมของเรา และลงทุนไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้


เลือกหุ้น


นักลงทุนที่เน้นซื้อขายระยะสั้นมักเลือกหุ้นที่จะเข้าไปลงทุนจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ปริมาณการซื้อขายสูง และ พฤติกรรมของราคาหุ้นที่มีความผันผวนสูง ซึ่งต้องเป็นหุ้นที่มีทั้งสองประการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถขายหุ้นได้ในเวลาและราคาที่ต้องการ รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวของราคาที่กว้างมากพอที่จะสร้างกำไรได้ในระหว่างวัน หรือนักลงทุนบางคนอาจสนใจหุ้นที่มีราคาต่ำ เพราะต้องการเห็นการปรับตัวของราคาขึ้นในอัตราสูงๆ


เลือกกลยุทธ์การลงทุน


การซื้อขายระยะสั้นต้องอาศัยกลยุทธ์ต่างๆ ในการเทรดทั้งสิ้น เพราะหากปราศจากกลยุทธ์เหล่านี้ เราก็จะเทรดแบบสะเปะสะปะไม่มีการวางแผนใดๆ แทนที่จะกำไร อาจขาดทุนได้ง่ายๆ โดยมีกลยุทธ์อยู่หลากหลายแบบสำหรับการลงทุนระยะสั้นๆ เช่น

  • Scalping เป็นกลยุทธ์การทำกำไรโดยการเปิดและปิดการซื้อขายในช่วงสั้นๆ ทำกำไรเพียงไม่กี่จุด (ส่วนมากจะอยู่ราวๆ 5 - 20 จุด) พูดง่ายๆ คือ ทำกำไรทันทีที่ราคาหุ้นขยับไปถึงจุดที่กำหนด ซึ่งหัวใจของการเทคนิคนี้ คือ “เข้าให้ไว กำไรรีบออก เน้นกำไรจุดน้อยๆ แต่บ่อยๆ” เหมาะกับนักลงทุนที่มีเวลานั่งเฝ้าหน้าจอการเทรด ที่สำคัญ คือ ต้องคาดการณ์ได้อย่างรวดเร็วว่าตลาดน่าจะเป็นไปในทิศทางใด จากนั้นก็เปิดหรือปิดสถานะในทันที


ตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้น AAA ที่ราคา 10 บาท ตั้งขาย 10.10 บาท เมื่อหุ้นขึ้นไปถึงราคา 10.10 บาท ก็ขายทำกำไร แต่อย่าลืม!!! ดูต้นทุนค่าคอมมิชชั่นด้วย เพราะกำไรที่ได้ อาจไม่คุ้มค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์

  • Day Trading เป็นกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นที่แพร่หลายที่สุด เน้น “ซื้อและขายหุ้นในวันเดียวกัน” ฉวยโอกาสจากจังหวะการขึ้นลงของราคาหุ้นในระหว่างวัน ไม่มีการถือหุ้นข้ามคืนอย่างเด็ดขาด โดยกรอบเวลาของกราฟราคาที่นิยมใช้ คือ 4 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 30 นาที และ 15 นาที เหมาะกับนักลงทุนสายเก็งกำไรที่มีเวลาดูตลาดทั้งวัน เพราะต้องติดตามการเคลื่อนไหวของราคาตลอดชั่วโมงการเทรด

  • Swing Trading เป็นกลยุทธ์ที่มีการเข้าซื้อขายหุ้นเป็นรอบๆ เน้นที่จังหวะเข้าเท่านั้น ไม่สนใจเทรนด์หรือแนวโน้ม โดยจะ “ซื้อเมื่อย่อตัว” และ “ขายเมื่อเด้ง” นิยมใช้สำหรับเก็งกำไรระยะสั้นถึงปานกลาง รอบหนึ่งอาจกินเวลาไม่กี่วัน หรือลากยาวไปเป็นสัปดาห์ๆ ก็ได้ (ประมาณ 3 – 14 วัน) แล้วแต่พฤติกรรมของหุ้นตัวนั้นๆ เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยหรือทำงานประจำอยากมีเวลาว่าง ไม่ชอบเฝ้าหน้าจอ

  • Trend Tradingหรือ Trend Following เป็นกลยุทธ์ที่เน้น “เทรดตามแนวโน้ม กินคำใหญ่ กำไรหลายเด้ง” พูดง่ายๆ คือ ต้องอ่านแนวโน้มให้ขาด มองแนวโน้มใหญ่เป็นหลัก จากนั้นถือรันเทรนด์ปล่อยกำไรให้วิ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะราคาจะหมดแนวโน้มค่อยขาย โดยระยะในการทำกำไรจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของเทรนด์นั้นๆ ว่ามีระยะมากน้อยเพียงใด อาจจะ 1-6 เดือนขึ้นไป เหมาะกับคนที่มีความอดทนสูง สามารถอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ทนกำไรหรือขาดทุนในระยะยาวได้


นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นๆ อีกมากมายหลายแบบ แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้กลยุทธ์แบบไหน ต้องมั่นใจว่าเหมาะกับสไตล์การลงทุนของเรา โปรดจำไว้ว่า... ไม่มีกลยุทธ์ไหนดีกว่ากัน ทุกกลยุทธ์สามารถทำกำไรได้ทั้งสิ้น แต่ละกลยุทธ์ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป เลือกเอาที่เราถนัดจะดีที่สุด


กำหนดจุดตัดขาดทุน


สิ่งสำคัญสุดๆ ที่ขาดไม่ได้ในการลงทุนระยะสั้นก็คือ การกำหนดจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ซึ่งมีวิธีการเลือกง่ายๆ อยู่ 2 แบบ คือ เลือกจุดหยุดขาดทุนที่ยอมรับได้มากที่สุด นั่นคือ สำรวจกระเป๋าเงินของตนเองว่ารับความเสี่ยงได้ขนาดไหน หรือเลือกจุดหยุดขาดทุนทางเทคนิคจากตัวหุ้นนั้นๆ ซึ่งต้องดูกราฟและข้อมูลประกอบ แต่ถ้าจะให้ดี... การเลือกจุดหยุดขาดทุนจะต้องดูทั้งสองด้านประกอบกัน


ทั้งหมดนี้ คือ เทคนิคเบื้องต้นของการลงทุนแบบรายวัน ซึ่งผลจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพบว่า... ในแต่ละปีมีนักลงทุนแบบที่ลงทุนรายวันเพียง 20% เท่านั้นที่จะได้กำไร ส่วนอีก 80% จะขาดทุนจากการลงทุน


อย่าลืมว่า... คุณกำลังเล่นกับไฟ หากอยากเป็นผู้ชนะก็ต้องหมั่นฝึกฝน มีวินัย ไม่โลภ และยอมรับว่ามีโอกาสขาดทุนสูงกว่ากำไรมากทีเดียว

สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อขายหุ้นแบบเล่นสั้น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกราฟเทคนิคและจังหวะในการลงทุน ทั้งจุดซื้อ จุดขาย และจุดทำกำไร และจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) มีความสำคัญมาก ซึ่งนักลงทุนสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร “ลงทุนหุ้นมั่นใจ ต้องเข้าใจกราฟเทคนิค” ฟรี!!! >> คลิกที่นี่

แท็กที่เกี่ยวข้อง: