เจอหุ้นอะไรในเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า

โดย SET
3 Min Read
3 กันยายน 2564
10.52k views
1

            คาดการณ์ว่าในปี 2030 ทั่วโลกจะมีรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งบนถนนมากถึง 145 ล้านคัน (ที่มา: International Energy Agency) ขณะที่ประเทศไทยเองคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ก็ตั้งธงไว้ว่าภายในปี 2035 เตรียมยกเลิกการขายรถยนต์น้ำมัน พร้อมสนับสนุนให้ไทยกลายเป็นศูนย์กกลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก

            ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่ได้เห็นนี้ คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” คือเมกะเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความคุ้มค่าในการใช้งาน, การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม, ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากฟอสซิล รวมถึงโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ของหลายประเทศ

            คำถามคือถ้าไม่อยากพลาดโอกาสการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตไปกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Car มีธุรกิจไหนบ้างที่ควรศึกษาและทำความเข้าใจ วันนี้เราจึงรวบรวมกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า โดยสรุปมาให้นักลงทุนเห็นภาพกันชัด ๆ แบบเข้าใจง่าย

2
  1. กลุ่มผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน

รถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแทนการใช้เครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ภายใน หรือที่เรียกกันว่า "สันดาป" ดังนั้นกลไกสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าจึงอยู่ที่ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรีคุณภาพสูง

            สำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน คือแบตเตอรี่พลังงานสะอาดที่ถูกคิดค้นเพื่อนำมาทดแทนแบบเดิมที่เป็นตะกั่วกรด ซึ่งเหมาะกับการใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า เพราะน้ำหนักเบา อายุใช้งานนาน และถูกยอมรับว่าเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานที่ดีที่สุดในเวลานี้

ตลาดหุ้นไทยเองก็มีบริษัทที่ลงทุนในธุรกิจแบตเตอรีลิเธียมไอออน ทั้งที่มีโรงงานในประเทศไทย และโครงการลงทุนเหมืองลิเทียมในต่างประเทศ อาทิ DELTA, EA, GPSC, BANPU, BPP และ BCPG เป็นต้น

3
  1. ผู้ให้บริการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า

            สถานีชาร์จพลังงานยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger ถือเป็นบริการปลายน้ำที่ต่อยอดมาจากการเติบโตของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันเราเริ่มเห็นทางภาคเอกชนทยอยติดตั้งสถานีชาร์จมากขึ้นแล้วในบางพื้นที่ เช่น สถานีบริการน้ำมัน ที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้า รวมถึงหลายบริษัทก็อยู่ระหว่างการศึกษาแผนเข้าลงทุนสถานีชาร์จไฟในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น PTT, OR, BCP, CPALL, FORTH, EA และ DELTA

4
  1. ผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบยานยนต์

            ผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จะมีทั้งคนที่ได้ผลบวก และเจอผลกระทบเชิงลบ อย่างไรก็ตามกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนที่ใช้กับเครื่องยนต์สันดาป แต่เป็นบริษัทที่ประกอบชิ้นส่วนอื่น ๆ ได้แก่ ชิ้นส่วนพลาสติก เบาะ ยาง โคมไฟ ระบบปรับอากาศ

            สำหรับหุ้นผลิตชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ EV 100% ประกอบด้วย EPG, TKT, FPI, PACO, AH, HFT, PCSGH และ TRU ขณะที่กลุ่มที่เป็น Hybrid/plug-in ก็จะมีหุ้น STANLY และ GYT เป็นต้น

5
  1. ผู้ผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีความสำคัญมากกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วย โดยบริษัทผู้ผลิตแผ่นวงจรอิเลคทรอนิกส์ภายในรถยนต์ที่เรารู้จักกันดีก็อย่างเช่น  KCE, HANA, DELTA

 

  1. ผู้ประกอบรถโดยสาร EV Car

อีกกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย นั่นคือ ผู้ประกอบรถโดยสาร EV Car อาทิ รถบัสไฟฟ้า มินิบัสไฟฟ้า และรถตู้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนให้ใช้รถโดยสารประจำทางของภาครัฐ โดยบริษัทที่ประกอบธุรกิจนี้ในตลาดหุ้นไทย ได้แก่ NEX, CHO, CWT และ EA

6

            อย่างไรก็ดี บทความนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างหุ้นที่มีโอกาสรับผลประโยชย์จากเทรนด์ยานยนต์ในอนาคต เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ผู้ลงทุนควรหมั่นติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ จะได้ปรับมุมมองได้ทันตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยสามารถอ่านบทวิเคราะห์หุ้นราย อัปเดตข้อมูลการลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ รวบรวมไว้ได้ที่ คลิก

            นอกจากนี้ หากต้องการเจาะลึกลักษณะของหุ้นในแต่ละอุตสาหกรรม วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวหุ้นกลุ่มนั้น ๆ นักลงทุนสามารถใช้เครื่องมือ SETSMART เป็นตัวช่วยคัดกรองหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ ปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสให้ทดลองใช้งาน SETSMART ฟรี 15 วัน เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก SET Member เท่านั้น ผ่านเว็บไซต์ SETSMART

ปุ่ม erc
ปุ่ม setsmart
แท็กที่เกี่ยวข้อง: