หุ้น SET100 ส่งมอบความสดใส ให้อัตราเงินปันผลตอบแทนเกิน 5%

โดย ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
3 Min Read
26 สิงหาคม 2564
16.561k views
Inv_หุ้น SET100 ส่งมอบความสดใสให้อัตราเงินปันผล_Thumbnail
Highlights

ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นกำลังผันผวน จากวิกฤติ COVID-19 ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้หุ้นไทยหลายตัว ซื้อขายที่ P/E ระดับต่ำ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการลงทุนเช่นกัน เพราะ P/E ที่ต่ำ ก็มาจากราคาหุ้นที่ถูกลง ซึ่งส่งผลให้อัตราปันผลตอบแทนของหุ้นเหล่านั้น สูงขึ้นไปด้วย และหากลองมองหุ้นในดัชนี SET100 ก็ยังมีหุ้นที่ให้อัตราปันผลตอบแทนมากกว่า 5% รอส่งมอบความสดใสให้พอร์ตลงทุนของคุณอยู่

ช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน หรือช่วงการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 นักลงทุนต่างประเมินทิศทางการลงทุนได้ค่อนข้างยาก แต่หากยังต้องการให้เงินทำงานผ่านตลาดหุ้น รวมถึง ต้องการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น การเลือกลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลดีและต่อเนื่องก็นับเป็นทางออกที่ดีทางออกหนึ่ง โดยหุ้นที่จ่ายปันผลดี ดูได้จาก…

 

อัตราเงินปันผลตอบแทน หรือ Dividend Yield ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนทราบว่า หากลงทุนซื้อหุ้น ณ ระดับราคาตลาดในปัจจุบัน จะมีโอกาสได้รับเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราคิดเป็นร้อยละเท่าไร จากราคาหุ้นที่ซื้อ ซึ่งสามารถคำนวณได้โดยการนำเงินปันผลต่อหุ้น คูณด้วย 100 แล้วนำค่าที่ได้ไปหารด้วยราคาตลาดของหุ้น ณ ปัจจุบัน ซึ่งหากหุ้นตัวใดมี Dividend Yield สูง แสดงว่าให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลสูง ซึ่งวิธีการเปรียบเทียบนั้น ส่วนใหญ่นักลงทุนจะเปรียบเทียบระหว่างหุ้นแต่ละตัว เพื่อดูว่าหุ้นตัวใดน่าสนใจมากกว่ากัน


อัตราเงินปันผลตอบแทน = เงินปันผลต่อหุ้น (ต่อปี) x 100 / ราคาตลาดของหุ้น



ตัวอย่างเช่น หุ้น A จ่ายเงินปันผลในรอบปีที่ผ่านมาหุ้นละ 3 บาท โดยวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ราคาตลาดของหุ้น A ในขณะนั้นเท่ากับ 40 บาท ดังนั้น อัตราเงินปันผลตอบแทนของหุ้น A จะเท่ากับ 7.5% (3 x 100 / 40)

 

ขณะที่หุ้น B จ่ายเงินปันผลในรอบปีที่ผ่านมาหุ้นละ 3 บาทเช่นกัน โดยวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ราคาตลาดของหุ้น B ในขณะนั้นเท่ากับ 60 บาท ดังนั้น อัตราเงินปันผลตอบแทนของหุ้น B จะเท่ากับ 5% (3 x 100 / 60)

 

จากตัวอย่าง สังเกตได้ว่า ถึงแม้หุ้นทั้งสองจะมีเงินปันผลเท่ากัน คือ 3 บาทต่อหุ้น แต่หุ้น A กลับมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงกว่าหุ้น B เนื่องจากหุ้น A มีราคาหุ้นที่ต่ำกว่า นั่นหมายความว่า หากนักลงทุนซื้อหุ้น A ที่ระดับราคา 40 บาท และหุ้น A จ่ายเงินปันผล 3 บาทต่อหุ้นเท่าเดิม ก็จะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล 7.5% ต่อปีเช่นกัน

                                      

จะสังเกตได้ว่า นักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูง ๆ มักจะเป็นนักลงทุนที่เน้นลงทุนระยะยาว เพื่อรับเงินปันผลต่อเนื่องทุกปีไปเรื่อย ๆ คล้ายกับการนำเงินออมไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับดอกเบี้ยเงินฝาก

 

โดยอัตราเงินปันผลตอบแทน ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นเยี่ยมของการลงทุน สามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น ยิ่งหุ้นตัวไหนให้อัตราเงินปันผลตอบแทนสูง ๆ จะได้รับความนิยมจากนักลงทุนระดับสูงด้วยเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินปันผลตอบแทน ซึ่งคำนวณจากการจ่ายเงินปันผลในอดีตในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถการันตีได้ว่าการจ่ายเงินปันผลจะเหมือนเดิมในอนาคต อีกทั้ง เงินต้นจากการลงทุนจะเปลี่ยนแปลงไปตามราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น อัตราเงินปันผลตอบแทนเป็นเพียงตัวบ่งชี้เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น นักลงทุนยังต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ขนาดของกิจการควรเป็นกิจการขนาดใหญ่ มีสภาพคล่องดี มีกระแสเงินสดเป็นบวก และสามารถจ่ายปันผลจากกำไรในการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

 

ทีนี้ เรามาดูกันว่า หากลองคัดกรองหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET100 โดยเลือกหุ้นที่ให้อัตราปันผลตอบแทนมากกว่า 5% ขึ้นไป เนื่องจากการลงทุนในหุ้นก็ควรได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ และสูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝาก ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ เป็นต้น รวมถึงเลือกหุ้นที่มี P/E Ratio ไม่เกิน 15 เท่า เนื่องจาก P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 20 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2564) ดังนั้น หากคัดกรองหุ้นที่มี P/E Ratio ต่ำกว่าตลาดมากเท่าใด แสดงว่าได้ของถูก เมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม ซึ่งได้หุ้น SET100 ที่ส่งมอบความสดใส ให้อัตราปันผลตอบแทนมากกว่า 5% ดังนี้

Inv_หุ้น SET100 ส่งมอบความสดใส_01

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจอยากคัดกรอง “หุ้นปันผล” ด้วยตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น สามารถสมัครใช้บริการ SETSMART ได้ที่เว็บไซต์ www.setsmart.com เพียง 250 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับข้อมูลที่จะได้รับ เช่น ภาวะการซื้อขาย เทรนด์นักลงทุนต่างชาติ หรือข้อมูลหุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวม ครบจบในเว็บเดียว ก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลย!!!

 

หรือผู้ที่สนใจ อยากรู้วิธีดูหุ้นถูก หุ้นแพง ด้วยการประเมินมูลค่าหุ้น…ด้วยวิธียอดฮิต เช่น P/E Ratio และ P/BV Ratio เพื่อหาราคาหุ้นที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร Stock Valuation : Relative Valuation” ได้ฟรี!!! >> คลิกที่นี่

 

หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

แท็กที่เกี่ยวข้อง: