ดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นแบบไหนจะได้ประโยชน์

โดย SET
5 Min Read
27 กันยายน 2565
7.168k views
ดอกเบี้ยขาขึ้น
In Focus
ท่ามกลางความร้อนแรงของเงินเฟ้อของโลก ส่งผลให้เกือบทั่วโลกต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับนักลงทุนหุ้นอย่างเรา วันนี้จะพาทุกท่านมาดูกันว่าเมื่อสถานการณ์โลกอยู่ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นหุ้นแบบไหนจะได้ประโยชน์บ้าง

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย คืออะไร

           อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นเครื่องมือสำคัญที่ธนาคารกลางใช้ดำเนินนโยบายทางการเงิน ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการลงทุน ผ่านการปรับลดดอกเบี้ย หรือชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ ควบคุมเงินเฟ้อ ด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเราจะเห็นว่าขณะนี้ว่าทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติเงินเฟ้อรุนแรงในรอบหลายปี และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

 

           คำถามก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย จะมีผลกระทบกับใครบ้าง แล้วสำหรับการลงทุน หุ้นกลุ่มไหนที่จะได้รับประโยชน์?

อัตรา ดอกเบี้ย นโยบาย

ขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลอะไรบ้าง?

 

           สิ่งที่ตามมาหลังการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คือ สถาบันทางการเงินจะทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยประเภทต่าง ๆ ตามในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินฝาก รวมถึงดอกเบี้ยที่เป็นผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้และพันธบัตรรัฐบาล

           แต่คงไม่ได้ปรับในจำนวนที่เท่ากันเป๊ะ ๆ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณเงินฝาก ความต้องการสินเชื่อ อัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนการดำเนินธุรกิจของธนาคาร เป็นต้น เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้ามีการปรับขึ้นดอกเบี้ยแต่ละครั้ง จะส่งผลกระทบต่อเนื่อง ดังนี้

ขึ้น ดอกเบี้ย คือ

1.ประชาชนรัดเข็มขัด ไม่ก่อหนี้เกินตัว

           เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ผู้คนจะเริ่มระมัดระวังในการจ่ายเงิน จับจ่ายใช้สอยน้อยลง เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น เราจึงไม่ค่อยอยากสร้างหนี้เกินตัวเหมือนแต่ก่อน เพราะต้องมาจ่ายดอกเบี้ยที่แพงขึ้นนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงในที่สุด

 

2. เกิดการชะลอการลงทุน

           การขึ้นดอกเบี้ยทำให้ความน่าสนใจของการลงทุนลดลงไป ทั้งในฝั่งของประชาชนที่มีแนวโน้มจะฝากเงินไว้ในธนาคารเยอะขึ้น เพราะได้ผลตอบแทนจากเงินฝากสูงขึ้น จึงมีแรงจูงใจน้อยลงที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่มีความเสี่ยงมากกว่า แต่ผลตอบแทนอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างกันเท่าไหร่นัก

           ส่วนการลงทุนของภาคธุรกิจ ก็จะมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น จากภาระหนี้ที่อาจเพิ่มขึ้นมหาศาล ทำให้หลายบริษัทอาจจะชะลอการขยายธุรกิจออกไปก่อนในช่วงนี้ หรือลงทุนอย่างระมัดระวังตัวขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอนาคต

           ทว่าในระยะสั้นหลายธุรกิจอาจจะเร่งการลงทุนก่อนที่ดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น โดยระดมทุนในรูปแบบต่าง ๆ นอกเหนือการขอสินเชื่อจากธนาคาร เช่น การออกหุ้นกู้ หรือ เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็นต้น เพื่อเป็นการล๊อกต้นทุนทางการเงินในระยะยาว

 

3. ค่าเงินมีแนวโน้มแข็งค่า

           อัตราดอกเบี้ยมีผลต่อความต้องการของเงินสกุลนั้น ๆ เช่น กรณีที่ดอกเบี้ยในไทยสูงกว่าต่างประเทศ ก็มีแนวโน้มที่เงินทุนจากต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนหรือเก็งกำไรในเงินบาทของไทยมากขึ้น เพราะมีผลตอบแทนที่สูงกว่าสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้ในที่สุดค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นนั่นเอง

 

ดอกเบี้ยขาขึ้น ลงทุนหุ้นอะไรดี?

 

           แม้ในช่วงที่ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นแบบนี้ จะกระทบต่อภาพรวมการลงทุน และทำให้ตลาดหุ้นมีเสน่ห์น้อยลงไปบ้าง แต่จริง ๆ แล้ว ก็มีหุ้นในบางอุตสาหกรรม หุ้นบางลักษณะ ที่ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยขาขึ้น ลงทุนอะไรดี
eOpen Banner for investHow-01-01
1.หุ้นธนาคารและประกันชีวิต

           ธนาคารและประกันชีวิต คือ กลุ่มธุรกิจที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจธนาคารพาณิชย์มาจากการปล่อยสินเชื่อ และทำกำไรจาก Net Interest Margin: NIM ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝาก โดยทั่วไปแล้วดอกเบี้ยเงินกู้จะขึ้นเร็วกว่าเงินฝากเสมอ จึงมีโอกาสทำกำไรที่มากขึ้นในช่วงนี้

           เช่นเดียวกับธุรกิจประกันชีวิตที่มีโอกาสทำกำไรได้สูงขึ้น จากการนำเบี้ยประกันไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ ดังนั้น ถ้าดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น แปลว่าผลตอบแทนจากการลงทุนก็จะสูงขึ้นด้วยนั่นเอง

           ถือว่าเป็น 2 กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสได้รับผลบวกจากการขึ้นดอกเบี้ยโดยตรง แต่ไม่ได้แปลว่าหุ้นทุกตัวในกลุ่มจะได้รับประโยชน์เท่ากันหมด นักลงทุนต้องเข้าไปศึกษาพอร์ตสินเชื่อ และพอร์ตการลงทุน ในแต่ละบริษัทก่อนว่าเป็นอย่างไร

 

2. หุ้นสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

           ประกอบด้วย อาหาร ยารักษาโรค บริการทางการแพทย์ สินค้าอุปโภคที่จำเป็นอย่าง สบู่ แชมพู ยาสีฟัน และสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้า แก๊ส น้ำมัน น้ำประปา เป็นต้น แม้จะไม่ได้รับประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยตรง ๆ แต่ถือว่าธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบมากนัก จึงเหมาะกับการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงนี้

           ความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มนี้ คือ อำนาจต่อรองในการกำหนดราคาสินค้า และสามารถผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปยังผู้บริโภคได้ เพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ จึงลดแรงกระแทกในยามที่ต้นทุนสูงขึ้นจากทั้งเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย

 

3. หุ้นหนี้สินต่ำ เงินสดในมือสูง 

           เมื่อดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น ภาระหนี้ของบริษัทก็จะสูงขึ้นตาม บริษัทที่มีหนี้เยอะหรือขาดกระแสเงินสด จะเสียเปรียบอย่างมากต่อการขยายธุรกิจ ยิ่งถ้าบริษัทมีรายได้เท่าเดิม ก็จะส่งผลต่อแนวโน้มกำไรในอนาคตที่ลดลงด้วย เพราะมีรายจ่ายจากต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

           เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน ควรเน้นหุ้นคุณภาพที่มีความปลอดภัยสูง สังเกตง่าย ๆ จากธุรกิจที่มีภาระหนี้สินต่ำ โดย D/E Ratio ไม่ควรเกิน 2 เท่า รวมถึงมองหาบริษัทที่มีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวก (Net Cash Flow) ซึ่งสะท้อนถึงการมีเงินสดจากการดำเนินงาน มีเงินสดจากการลงทุน การกู้ยืมและภาระดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้ หุ้นที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งอยู่แล้ว จะมีความสามารถที่จะสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกกดดันจากนโยบายทางการเงินก็ตาม

 

           อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่าการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ส่งผลต่อทิศทางการลงทุนอย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงการฉายให้เห็นปัจจัยต่าง ๆ บนทฤษฎีทางการเงินเท่านั้น เพราะที่สุดแล้วในโลกของการลงทุน ไม่มีอะไรแน่นอน และยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น หัวใจสำคัญคือนักลงทุนควรหมั่นติดตามข้อมูล และสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ปรับมุมมองการลงทุนได้เหมาะสมกับเป้าหมาย

           สุดท้ายนี้หากนักลงทุนสนใจเริ่มต้นลงทุนในหุ้นกลุ่มต่าง ๆ และต้องการข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์เชิงลึก ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสให้นักลงทุนทดลองใช้งาน SETSMART ฟรี 15 วัน เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก SET Member เท่านั้น คลิกที่นี่

นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถค้นหาข้อมูลหุ้นที่น่าสนใจแบบครบทุกมิติจากบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ คลิกที่นี่

Disclaimer : ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนที่ปรากฏนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยการอิงกับไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Based) หรือกระแส (Trend) ซึ่งรวบรวมมาจากข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าวรวมทั้งไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี

ปุ่ม erc
ปุ่ม setsmart
แท็กที่เกี่ยวข้อง: