คัดกรองกองทุนง่าย ๆ แบบ Step-by-Step ผ่านเว็บไซต์ Settrade

โดย มยุรี โชวิกรานต์ CFP®, CISA รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Smart Wealth Consulting บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)
15 Min Read
15 กรกฎาคม 2565
991 views
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_Thumbnail
Highlights
  • เว็บไซต์ www.settrade.com อีกหนึ่งช่องทางที่รวบรวมข้อมูลกองทุนจากทุก บลจ. นักลงทุนสามารถค้นหาและคัดกรองกองทุนได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการ
  • การคัดกรองกองทุนรวมควรพิจารณาผลการดำเนินงานในระยะยาวอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป เพื่อไม่ให้เกิด Bias ในการคัดกรอง แต่ในบางสถานการณ์การใช้ผลการดำเนินงานช่วงสั้น ๆ เพื่อหาจังหวะการลงทุนก็สามารถทำได้เช่นกัน
  • แนวทางการคัดกรองกองทุนรวมควรเริ่มจากการวิเคราะห์แบบ Top-down Analysis เพื่อเฟ้นหาประเภทของกองทุนรวมที่น่าสนใจ รวมถึงเข้าใจ Risk & Return ของตนเองมาประกอบการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายก่อนลงทุนจริง
  • หลังจากคัดกรองกองทุนรวมที่น่าสนใจได้แล้ว สิ่งที่นักลงทุนควรนำไปศึกษาต่อยอด คือ การอ่าน Fund Fact Sheet เพื่อคัดเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมที่สุด

ต้องยอมรับว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา การลงทุนผ่านกองทุนรวมได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากเป็นช่องทางการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว กองทุนรวมถือเป็น “เครื่องมือ อันหนึ่งของการกระจายพอร์ตการลงทุนและเป็นช่องทางการแสวงหาโอกาสของการลงทุนที่นอกเหนือจากหุ้นสามัญของไทย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง กองทุนรวมถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการลงทุนหุ้นต่างประเทศ ซึ่งมีความหลากหลายมากกว่าหุ้นสามัญไทย ขณะเดียวกันบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) หลาย ๆ แห่งทยอยออกกองทุนรวมลักษณะ Fund of Fund ออกมาอย่างมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ทางเลือกที่หลากหลายกลับกลายเป็นการสร้าง “Pain Point” ให้กับนักลงทุน Pain Point ข้อแรก คือ นักลงทุนรู้สึกว่า “ยาก” และไม่รู้ว่าจะต้องคัดเลือกกองทุนอย่างไร เลยลงทุนตามคำแนะนำของผู้แนะนำการลงทุน กองทุนรวมเค้าว่าดีอย่างไรก็ซื้อตาม ๆ กันไป โดยไม่รู้ถึงที่มาที่ไป ท้ายที่สุดการลงทุนผ่านกองทุนรวมก็ไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้

 

จุดเริ่มต้นของการคัดกรองกองทุนรวมในความคิดเห็นของเบน คือ การวิเคราะห์แบบ Top Down Analysis เพราะจะช่วยให้เราสามารถกำหนดธีมการลงทุนได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนกองทุนรวมหุ้นรายประเทศหรือกลุ่มประเทศ ระหว่างตลาดพัฒนาแล้ว (Developing Market : DM) และตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market : EM) หรือจะเป็นธีมการลงทุนอย่าง Robotic / FinTech / ESG เป็นต้น โดยที่ให้ผู้จัดการกองทุนรวมเป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองหุ้นเข้ากองทุนรวมเอง เราเพียงแต่เลือกว่าจะลงทุนในธีมการลงทุนอย่างไร Top-Down Analysis จึงเป็นตัวกำหนดกรอบการคัดเลือกประเภทของกองทุนรวมก่อนในขั้นตอนแรก

 

ก่อนที่เราจะไปคุยกันในแนวคิดการกำหนดเงื่อนไขคัดกรองกองทุนรวม เรามาทำความเข้าใจกับ “ช่องทางการหาข้อมูลกองทุนรวมเพื่อคัดกรองกองทุนรวมกันก่อน” ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีหลากหลาย Platform ทั้งที่เสียค่าใช้จ่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยช่องทางที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายจะขอพูดถึงเว็บไซต์ www.settrade.com ที่นอกเหนือจะหาข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นไทยได้แล้ว ยังสามารถหาข้อมูล “กองทุนรวม” ที่ทาง Settrade ได้รวบรวมมาไว้ในที่เดียวและเปิดให้นักลงทุนสามารถเข้าไปคัดเลือกกองทุนรวมที่มีอยู่ในประเทศไทยได้อีกด้วย

 

เมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ของ Settrade แล้ว กดไปที่เมนู “กองทุนรวม” ในกรอบสีแดงดังภาพข้างล่างนี้ จะมีเมนูย่อย 4 หัวข้อ ให้เลือกไปที่ “คัดกรองกองทุน”

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_01

และเมื่อกดเข้าไปในหัวข้อ “คัดกรองกองทุนรวม” เราสามารถเริ่มต้นคัดกรองกองทุนรวมได้ด้วยการกำหนดเงื่อนไขตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น...

  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
  • ประเภทกองทุนแบ่งตาม AIMC
  • ประเภทของกองทุนรวมที่ต้องการ 5 ประเภท ได้แก่ กองทุนทั่วไป / SSF / RMF / LTF / ETF
  • อัตราผลตอบแทนภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด เช่น 1 ปี / 3 ปี / 5 ปี
  • นโยบายการจ่ายเงินปันผลหรือไม่จ่ายเงินปันผล
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_02

จากนั้นกด “ค้นหา” เพียงแค่นี้... เราก็จะได้กองทุนรวมที่ผ่านเงื่อนไขตามที่ต้องการ ซึ่งเราสามารถดูได้ทั้งข้อมูลที่เป็นภาพรวม ข้อมูลผลการดำเนินงาน รวมไปถึงค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุน

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_03

เมื่อเรารู้จัก Platform ที่สามารถคัดกรองกองทุนรวมได้แล้ว ลองมาดูแนวคิดการวิเคราะห์ Top-Down Analysis กันบ้างว่าเราจะได้อะไรจากแต่ละชั้นของแนวคิดนี้

1. Global Economy - เศรษฐกิจโลก การที่เราเข้าใจภาวะเศรษฐกิจโลกที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน และแนวโน้มในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า ทำให้เราทราบถึงทิศทางนโยบายการเงินและการคลังว่าจะ... ผ่อนคลาย-กลาง-เข้มงวด ซึ่งในขั้นตอนนี้จะทำให้เราสามารถคัดกรองตลาดที่น่าสนใจลงทุนระหว่าง ตลาดพัฒนาแล้ว (DM) และตลาดเกิดใหม่ (EM) เพราะเศรษฐกิจของแต่ละกลุ่มประเทศมีการเติบโตที่แตกต่างกัน แต่พึ่งพิงระหว่างกัน

 

ขั้นตอน Global Economy เราสามารถนำความสนใจของเราไปคัดกรองกองทุนรวมระหว่างกองทุนรวมที่มุ่งเน้นตลาดหุ้น DM และกองทุนรวมที่มุ่งเน้นตลาดหุ้น EM พร้อมกับสามารถแยกการคัดกรองระหว่างกองทุนรวมหุ้น และกองทุนรวมตราสารหนี้ในแต่ละกลุ่มประเทศได้อีกเช่นกัน

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_04

กรณีตัวอย่าง : ปี 2565 อัตราเงินเฟ้อได้เร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางหลักทั่วโลกต่างเร่งปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเป็นแบบเข้มงวด ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อสูง สิ่งที่ตามมา คือ ดอกเบี้ยสูง ผลตอบแทนตราสารหนี้ขยับขึ้น กดดันให้ราคาตราสารหนี้ปรับฐานลง ดังนั้น ในภาวการณ์ลงทุนเช่นนี้ กองทุนรวมตราสารหนี้อาจไม่ใช่ทางเลือกที่น่าสนใจ ในที่นี้เราจะลองยกตัวอย่างการคัดกรองกองทุนรวมตราสารหนี้โลก ระยะกลาง กำหนดผลตอบแทนมากกว่า 5% กรอบเวลา 5 ปี

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_05

พบว่า... ไม่มีกองทุนรวมตราสารหนี้โลกแบบป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 5% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_06

แต่หากเราเปลี่ยนเกณฑ์การคัดกรองจากผลตอบแทนมากกว่า 5% ในช่วง 5 ปี เป็นผลตอบแทนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5% ในช่วง 5 ปี จะพบว่ามีกองทุนรวม 8 กองทุนรวมที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_07

จากตารางข้างต้นจะพบว่า... ผลตอบแทนของกองทุนรวมตราสารหนี้โลก ระยะกลาง ให้ผลตอบแทนที่ไม่น่าสนใจ ทั้งในช่วงก่อนและหลังวิกฤติโควิด-19

 

ขณะที่กองทุนรวมหุ้นนั้น เราต้องกลับไปพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจ / นโยบายการเงินและการคลังว่าจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานลงมาแรงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 (1H65) สะท้อนความเสี่ยงดอกเบี้ยขาขึ้น หรือเศรษฐกิจถดถอยไปมากเพียงใด สะท้อนกลับมายัง Valuation ของตลาดหุ้นในแต่ละกลุ่ม เพื่อคัดกรองกองทุนรวมที่น่าสนใจในธีมการลงทุน

 

หากเรากำหนดผลตอบแทนมากกว่า 10% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาในกลุ่มกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศเฉพาะ Global Equity  พบว่ามีเพียงกองทุนรวม B-INNOTECH ของ บลจ.บัวหลวงเท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเราสามารถกดเข้าไปดู Fund Fact Sheet ของกองทุนรวมนี้ได้

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_08
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_09
2. Local Economy – เศรษฐกิจท้องถิ่นหรือเศรษฐกิจในประเทศที่เรากำลังสนใจ หลังจากเราเลือกกลุ่มตลาดที่น่าสนใจระหว่าง DM – EM แล้ว เราก็สามารถลงรายละเอียดของแต่ละประเทศในกลุ่มตลาดที่เราให้ความสนใจ เช่น หากเราสนใจกลุ่มประเทศเกิดใหม่อย่าง “จีน” ซึ่งนโยบายการเงินยังมี “Space” ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หากมาตรการ Zero-Covid ของรัฐบาลกลางส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2565 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 5% รวมถึงการทยอยประกาศแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Valuation ของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ปรับตัวลงในแรงในช่วงเกิดโควิด-19 ในเดือน ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา

 

แนวทางการคัดกรองกองทุนรวมหุ้นจีน สามารถแบ่งออกเป็น AShares / All China Shares / หุ้นเทคฯ จีน หรือรูปแบบการลงทุนแบบ Index Fund vs Active Fund

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_10

จากตัวอย่างข้างต้น กำหนดเงื่อนไขผลตอบแทนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะพบว่ามีกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนตามเกณฑ์กว่า 25 กองทุนรวม ขั้นตอนต่อไป เราสามารถเลือกเฉพาะกองทุนรวมที่เราสนใจมาเปรียบเทียบระหว่างกันได้ด้วยการเลือกหน้าชื่อกองทุนรวม กรณีนี้เราเลือกเฉพาะกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 5% ในช่วง 5 ปี พบว่ามี 4 กองทุนรวม

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_11

เมื่อเรากด “เปรียบเทียบ”

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_12

เราสามารถเลือกหัวข้อของการเปรียบเทียบระหว่างกองทุนรวมที่เราเลือก ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทน ข้อมูลกองทุน สินทรัพย์ที่ลงทุน หรือค่าธรรมเนียม เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของผลตอบแทนที่กองทุนรวมทั้ง 4 กองทุน เช่น ในหน้าของข้อมูลกองทุนเป็นการแสดงข้อมูลที่สำคัญแบบ “ย่อ” ซึ่งจะช่วยเราลดระยะเวลาในการทำความเข้าใจแต่ละกองทุนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุนและความเสี่ยงของกองทุนรวมที่เราสนใจอยู่

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_13
3. Sector – กลุ่มอุตสาหกรรม การคัดกรองในระดับนี้สะท้อนวัตถุประสงค์การลงทุนที่เฉพาะเจาะจงลงไปในธีมการลงทุนนั้น ๆ ซึ่งอาจเป็น Mega Trend ที่ทั่วโลกต้องดำเนินการนโยบายไปทางเดียวกัน เช่น ESG Theme / Renewable Energy / หรือ Healthcare เป็นต้น สิ่งที่ตามมา คือ ความผันผวนของกองทุนรวมประเภทนี้จะสูงกว่าการคัดกรองกองทุนรวมด้วย
2 วิธีขั้นต้น
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_14

จะพบว่า... ด้วยเงื่อนไขที่เรากำหนดจากผลตอบแทนในช่วง 5 ปี น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10% จะมีกองทุนรวมที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าว 21 กองทุนรวมด้วยกัน แต่หากเราต้องการคัดกรองเฉพาะกองทุนรวมที่ลดหย่อนภาษีอย่าง RMF เท่านั้น ด้วยเงื่อนไขเดียวกันเราจะได้ 8 กองทุนรวม

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_15

มาถึง ณ จุดนี้ นักลงทุนพอจะได้ไอเดียคร่าว ๆ ของแนวความคิดการคัดกรองกองทุนรวมอย่างง่ายไปทำการศึกษาและวางแผนการลงทุนของตนเองได้แล้ว ลำดับถัดไปจะขอยกตัวอย่างการคัดกรองกองทุนรวมตั้งแต่ต้นจนถึงเราได้กองทุนรวมที่น่าสนใจ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจกระบวนการคัดกรองตั้งแต่ต้นจนจบ

 

กรณีตัวอย่าง : เบนมีความสนใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากที่ปรับฐานลงแรงกว่า 20% ในปีนี้ (1H65) โดย Valuation อยู่ในโซนที่น่าสนใจ PER22-23F ของ Bloomberg Consensus ต่ำกว่า 20x น่าจะสะท้อนความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อสูง การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ณ สิ้นปีนี้ เฟดประเมินไว้ที่ 3.40% จาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 ที่ 2.00% รวมถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้าไปพอสมควรแล้ว ดังจะเห็นได้จาก Fear & Greed Index จัดทำโดย CNN Money ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 อยู่ที่ 26 จุด เป็นระดับ Fear เมื่อเทียบกับ 1 เดือนก่อนหน้า ระดับดัชนีดังกล่าวอยู่ที่ 17 จุด ซึ่งอยู่ในกรอบของ Extreme Fear (ทั้งนี้ หากท่านผู้อ่านหรือนักลงทุนสนใจใน Fear & Greed Index สามารถเข้าไปที่ www.cnn.com/markets/fear-and-greed เพื่อดูรายละเอียด)

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_16

แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะถดถอยในปี 2566 ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบเริ่มปรับฐานลง ล่าสุด ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 อยู่ที่ US$95/barrel WTI อาจทำให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อผ่อนคลายลงทั่วโลก และอาจนำไปสู่การผ่อน “คันเร่ง” ในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในช่วงที่เหลือของปีนี้ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

 

ด้วยประเด็นการลงทุนข้างต้น ทำให้เลือกที่จะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ โดยกำหนดเงื่อนไขการคัดกรองดังนี้

  

1. ผลตอบแทนในปีนี้ (YTD) น้อยกว่าหรือมากกว่า -30% เพื่อต้องการหากองทุนรวมที่ NAV ปรับฐานลงมามากกว่า S&P500 และ NASDAQ ที่ YTD ปีนี้ปรับฐานลง 20% และ 30% ตามลำดับ พบว่ามี 17 กองทุนรวมที่เข้าเกณฑ์นี้
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_17
2. จากข้อมูลในข้อที่ 1 เราคัดกรองด้วย Performance ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีการฟื้นตัวตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือไม่ พบว่ามีกองทุนรวม 6 กองทุนรวมจากทั้งหมด 17 กองทุนรวมที่ผลตอบแทนรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาเป็นบวกระหว่าง 18% - 4.53%
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_18
3. จาก 6 กองทุนรวมในเงื่อนไขข้อที่ 2 จะพบว่า มีเพียงกองทุนรวม KFUS-A และ TMBUSBLUECHIP ที่มีผลตอบแทนระยะยาว 5 ปีและ 10 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนเป็นบวกในระยะยาว
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_19
4. เราจึงเลือก 2 กองทุนนี้ที่มีผลตอบแทนระยะยาวมาเปรียบเทียบในแง่มุมต่าง ๆ ดังนี้
 
  • การเคลื่อนไหวของหน่วยลงทุน จะพบว่าเส้นสีเขียวหรือกองทุน KFUS-A ปรับฐานลงแรงกว่า TMBUSBLUECHIP นับตั้งแต่ต้นปี 2565
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_20
  • การพิจารณาข้อมูลกองทุน จะให้ความสำคัญกับนโยบายการลงทุน ซึ่ง 2 กองทุนมีความแตกต่างกัน และเป็นที่มาของผลตอบแทนที่ต่างกัน โดย KFUS-A นั้น Master Fund เน้นไปที่หุ้นเติบโต US Equity Growth ขณะที่ TMBUSBLUECHIP นั้น Master Fund เน้นการลงทุนใน US Blue Chip หรือหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก ทำให้ความผันผวนของ NAV ของกองทุนรวมทั้ง 2 แตกต่างกัน โดยหากเป็น “ขาขึ้น” หุ้นเติบโตย่อมขึ้นได้ดีกว่าหุ้น Blue Chip แต่แน่นอนว่า... ในทางตรงกันข้าม ตลาด “ขาลง” หุ้นเติบโตย่อมปรับฐานลงแรงกว่าเช่นกัน หรือเรียกในทางเทคนิค คือ ค่าเบต้าของหุ้นที่แตกต่างกัน ข้อมูลส่วนนี้จะทำให้เราเข้าใจลักษณะของกองทุนรวมได้ดีขึ้น แม้ว่าความเสี่ยงตามเกณฑ์จะเท่ากันที่ 6 ก็ตาม
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_21
  • การพิจารณาสินทรัพย์ที่ลงทุน พบว่ากองทุน KFUS-A นั้นลงทุนใน Master Fund Baillie Gifford Worldwide Funds Plc ถึง 100.00% ขณะที่ TMBUSBLUECHIP ลงทุนใน Master Fund เพียง 46% สะท้อนผู้จัดการกองทุนรวมในฝั่งไทยใช้เครื่องมือด้านตราสารอนุพันธ์ เพื่อให้การลงทุนดังกล่าวเต็มจำนวน และนั่นก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ NAV ของกองทุน KFUS-A มีความผันผวนที่สูงกว่า TMBUSBLUECHIP

 

นอกจากนี้ เราสามารถเข้าไปดูใน Fund Fact Sheet ของทั้ง 2 กองทุนว่า Master Fund ของทั้ง 2 กองทุนลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ 5 อันดับแรกเป็นบริษัทอะไรบ้าง

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_22
  • ค่าธรรมเนียมของทั้ง 2 กองทุนรวม จะพบว่าค่าธรรมเนียมในการขาย (ผู้ซื้อกองทุนรวมจะถูกเก็บตอนซื้อ) เท่ากันที่ 50% ขณะที่ค่าธรรมเนียมการจัดการของ KFUS-A เก็บจริงเพียง 0.8025% เทียบกับ TMBUSBLUECHIP ที่เก็บ 1.6050% ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมของ KFUS-A ต่ำกว่า TMBUSBLUECHIP

 

  • จากนั้นต้องเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละกองทุน เราสามารถคลิกชื่อกองทุนนั้น แล้วระบบจะเข้าไปที่หน้าพื้นฐานของกองทุนที่เราคลิก เช่น KFUS-A ต้องการดูรายละเอียดของหุ้นที่ Master Fund นี้เข้าไปลงทุน เลือกไปที่ “หนังสือชี้ชวน” (Fund Factsheet)
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_23
Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_24

ข้อมูลหน้าที่ 6 จะแสดงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ๆ และหุ้นสหรัฐฯ ที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_25

เทียบกับ TMBUSBLUECHIP ในหนังสือชี้ชวนลงรายละเอียดเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้น โดย Master Fund ลงทุนในกลุ่ม IT สูงสุด 43.70% เทียบกับ KFUS-A ที่ลงทุน 36.40%

Inv_คัดกรองกองทุนผ่านWebSettrade_26

ข้อมูลการลงทุนของ Master Fund ทั้ง 2 กองทุนพบว่า... นโยบายการลงทุนมีความแตกต่างกัน โดย KFUS-A มีการกระจายไปหลากหลายอุตสาหกรรมมากกว่า TMBUSBLUECHIP

 

จากกรณีตัวอย่างนี้ นักลงทุนอาจต้องประเมินแนวทางการลงทุนของตนเองว่า... ยอมรับความผันผวนของ NAV กองทุนรวมได้มากน้อยเพียงใด หากรับความผันผวนได้สูง และเข้าใจแนวคิดการลงทุนในหุ้นเติบโต พร้อมกับค่าบริหารจัดการที่ต่ำกว่า KFUS-A น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า TMBUSBLUECHIP แต่หากท่านใดรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ในระดับที่สมเหตุสมผล ไม่เหวี่ยงในกรอบที่สูงเกินไป ชอบลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ และผลตอบแทนช่วง 3-5 ปีค่อนข้างมีเสถียรภาพแล้ว TMBUSBLUECHIP น่าจะเป็นคำตอบ แม้ว่าค่าบริหารจัดการจะสูงกว่า แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้หักไปใน NAV ที่สะท้อนกลับมาเป็นผลตอบแทนในแต่ละช่วงเวลาแล้วเช่นกัน

 

บทสรุป :  การคัดกรองกองทุนรวมที่ดี คือ เราต้องเข้าใจภาพรวม และแนวโน้มของเศรษฐกิจมหภาค เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการเลือกประเภทของกองทุนรวมว่าในภาวะนั้น ๆ เราควรเลือกประเภทกองทุนรวมอะไร แล้วจึงเริ่มคัดกรองกองทุนรวมตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้ว และก่อนการตัดสินใจลงทุน เราต้องประเมินว่ากองทุนที่เลือกมาได้แล้วนั้นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการลงทุนและความสามารถในการรับความเสี่ยงของเราเองได้มากน้อยแค่ไหน เบนเชื่อว่าการคัดกรองกองทุนจะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการพอร์ตในภาพรวมดีขึ้น พร้อมกับการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้เช่นกัน ซึ่งแนวทางนี้สามารถนำไปใช้กับการวางแผนการลงทุนในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่หลาย ๆ บริษัทเปิดให้พนักงานของตนเองกำหนดแนวทางการลงทุนเอง (D.I.Y) รวมถึงกองทุนที่ใช้ลดหย่อนภาษีอย่าง RMF และ SSF ในปัจจุบัน เพื่อให้ท้ายที่สุดแล้ว เราสามารถเกษียณอย่างมีความสุขได้ด้วยเงินลงทุนผ่านกองทุนรวม

 

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุนรวม แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร สามารถเรียนรู้การลงทุนในกองทุนรวมแบบเจาะลึกผ่าน e-Learning หลักสูตร “กองทุนรวม The Series” ได้ฟรี!!! คลิกที่นี่

 

หมายเหตุ : รายชื่อกองทุนที่ปรากฎอยู่ในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับศึกษาแนวทางในการคัดกรองกองทุนรวมผ่านเว็บไซต์ Settrade เท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

แท็กที่เกี่ยวข้อง: