ลงทุนหุ้นจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ไม่ผิดหวัง

โดย ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2 Min Read
24 มิถุนายน 2565
2.019k views
Inv_ลงทุนหุ้นจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ไม่ผิดหวัง_Thumbnail
Highlights
หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เป็นหุ้นที่มีการดำเนินธุรกิจที่ดี มีผลกำไรดีและเติบโตต่อเนื่อง โดยหากกำลังมองหาหุ้นปันผล ควรเริ่มต้นจากการดูข้อมูลว่ามีหุ้นตัวใดบ้างที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล การเติบโตของผลกำไรบริษัท การประเมินมูลค่าหุ้น ความสม่ำเสมอในการจ่ายเงินปันผล และอัตราการจ่ายเงินปันผล เป็นต้น

เมื่อนักลงทุนเจอเหตุการณ์ซื้อหุ้นแล้วราคาปรับลดลง โดยไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่ราคาจะขยับขึ้นมา ส่วนใหญ่จะหาทางออกด้วยการถือหุ้นต่อไปเพื่อรอราคาปรับขึ้นหรือไม่ก็ขายออกไปก่อนที่จะขาดทุนมากไปกว่าปัจจุบัน (Cut Loss) แต่หากนักลงทุนมีหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมออยู่ในพอร์ต โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดผันผวนก็จะสามารถช่วยลดความเสียหายของพอร์ตลงทุนได้ เพราะถึงแม้ราคาหุ้นจะปรับลดลงแต่ก็ยังได้รับเงินปันผล

 

หากนักลงทุนประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวน จนรู้สึกกังวลว่าอาจส่งผลต่อพอร์ตลงทุนของตนเอง จึงหาทางลดความเสี่ยงด้วยการมองหาหุ้นที่ลงทุนแล้วมีความปลอดภัยสูง โดยหุ้นที่มีความปลอดภัยนี้ เรียกว่า หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ (Dividend Stock) ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน

 

หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มักมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง จึงต้องมีผลการดำเนินงานที่ดีเติบโตอย่างสม่ำเสมอ มีกระแสเงินสดในมือสูง มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในสัดส่วนค่อนข้างสูง เช่น เกิน 50% ของกำไรสุทธิ และเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าปกติ (Defensive Stock) คือ มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม รวมถึงสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเงินฝาก และผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล   

 

หากสังเกตให้ดี จะพบว่าหุ้นใดที่ “ไม่ใช่” หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เมื่อเกิดวิกฤติ ราคาหุ้นจะปรับลดลงค่อนข้างแรง แต่ถ้าเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มักจะมีเบาะมารองรับราคาที่ปรับลดลงมา โดยเบาะรองรับที่ว่านี้ คือ ระดับอัตราเงินปันผลตอบแทน

 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดวิกฤติ ราคาหุ้นมีโอกาสปรับลงมามากถึง 50% แต่ในกรณีที่เป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ถึงแม้ราคาหุ้นจะลดลงแต่ก็จะลงไม่มาก ยิ่งเป็นหุ้นที่ให้อัตราเงินปันผลตอบแทนสูง ๆ เมื่อราคาหุ้นปรับลดลงมาถึงระดับหนึ่ง จะมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้

 

การลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ นอกจากจะต้องเช็คความสม่ำเสมอของการจ่ายเงินปันผลในอดีตแล้ว ควรให้ความสำคัญกับมูลค่า (Valuation) ของหุ้นปันผลที่จะลงทุนด้วย เพราะหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอแต่ราคาแพง อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะเงินปันผลที่ได้รับมาอาจไม่คุ้มกับราคาหุ้นกรณีที่ปรับตัวลดลงในอนาคต

 

โดยปกติแล้วการหามูลค่าหุ้นทำได้หลายวิธี ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบเหมือนนักวิเคราะห์ การหามูลค่าหุ้นก็จะนำโมเดลทางการเงินมาใช้ เช่น DDM หรือ Dividend Discount Model แต่สำหรับนักลงทุนแล้วการหามูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้ดูจะยุ่งยากและซับซ้อน อ่านจากบทวิเคราะห์หุ้นที่นักวิเคราะห์ประเมินมาให้แล้วอาจจะสะดวกกว่า

 

แต่ถ้าต้องการดูแบบเร็ว ๆ สามารถใช้ค่า P/E Ratio หรือ P/BV Ratio มาประกอบการตัดสินใจได้ อย่างไรก็ตาม จะต้องดูอัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น ถ้าวัดมูลค่าหุ้นด้วยการดู P/BV Ratio จะต้องนำอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity : D/E Ratio) มาดูประกอบด้วย

 

ตัวอย่างเช่น หุ้นที่มีค่า P/BV Ratio สูงมากกว่า 1 เท่า ไม่จำเป็นจะต้องเป็นหุ้นแพงเสมอไป ถ้าหุ้นตัวนั้นมีค่า ROE อยู่ในระดับที่สูงสม่ำเสมอ มีหนี้สินอยู่ในระดับต่ำ และธุรกิจยังมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต โดยค่า ROE ที่สูง แสดงให้เห็นว่าหุ้นตัวนั้นให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระดับสูง และหากค่า ROE สูงกว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัท หรือที่เรียกว่า Weighted Average Cost of Capital (WACC) มากเท่าไหร่ ค่า P/BV Ratio จะยิ่งมีค่าสูงกว่า 1 เท่า ถือว่าสร้างผลตอบแทนโดดเด่นให้กับผู้ถือหุ้นมาก    

 

นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลมีความสัมพันธ์กับการเติบโตของบริษัท นักลงทุนควรติดตามอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ของบริษัทด้วยว่าเป็นอย่างไร สมมติว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 100 บาท บริษัทจ่ายเงินปันผลตอบแทนกลับมาให้ผู้ถือหุ้น 50 บาท นั่นคือ อัตราการจ่ายเงินปันผลจะเท่ากับ 50% (จำนวนเงินที่จ่ายเงินปันผลหารด้วยกำไรสุทธิ) ส่วนเงินที่เหลืออีก 50 บาท บริษัทจะเก็บไว้เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือลงทุนเพื่อขยายกิจการ ทำให้ยอดขายและกำไรเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ

 

ในทางกลับกันถ้าหากบริษัทมีกำไร 100 บาท แล้วจ่ายเงินปันผลตอบแทนกลับมาให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมด 100 บาท บริษัทจะไม่มีเงินเหลือเพื่อนำไปทำให้ยอดขายและกำไรเติบโต และเมื่อไม่มีการเติบโต มูลค่าหุ้นจะลดลง และอาจส่งผลทำให้ราคาหุ้นปรับลดลง กลายเป็นว่าได้รับเงินปันผลแต่ขาดทุนจากราคาหุ้นที่ถือแทน

 

ดังนั้น การเลือกลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ จะต้องเลือกหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่สูงจนเกินไปนัก ยกเว้นแต่ว่าธุรกิจของบริษัทอยู่ในช่วงอิ่มตัวแล้ว จึงไม่มีการลงทุนที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง อย่างไรก็ตาม หากลงทุนในหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง ก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่หวังว่าจะได้กำไรจากราคาหุ้นที่จะปรับขึ้นมากมาย

 

นอกจากข้อมูลทางการเงิน นักลงทุนควรติดตามข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนและทบทวนรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เป็นประจำ ว่าธุรกิจดังกล่าวยังมีความมั่นคงทางการเงินและมีแหล่งรายได้ที่แน่นอนอยู่หรือไม่ ปัจจัยพื้นฐานมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด และที่สำคัญนำมาประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อการจ่ายเงินปันผลหรือไม่

 

หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน


สำหรับใครที่สนใจอยากคัดกรอง “หุ้นปันผล” ด้วยตนเอง ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ www.setsmart.com ซึ่งตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสให้ได้ทดลองใช้งาน SETSMART ฟรี 15 วัน เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก SET Member เท่านั้น และหากใครที่ต้องการใช้งานต่อ ก็สามารถสมัครได้ เพียง 250 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับข้อมูลที่จะได้รับ เช่น ภาวะการซื้อขาย เทรนด์นักลงทุนต่างชาติ หรือข้อมูลหุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวม ครบจบในเว็บเดียว ถือว่าคุ้มค่ามากเลย

และสำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจ เรียนรู้วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E Ratio และ P/BV Ratio เพื่อหาราคาที่เหมาะสมในการตัดสินใจลงทุน สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร “Stock Valuation : Relative Valuation” ได้ฟรี!!! >> คลิกที่นี่

แท็กที่เกี่ยวข้อง: